ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 364/2519

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.อ. ม. 91
  • มาตรา 8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ
  • มาตรา 20 ทวิ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่
  • มาตรา 26 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 364/2519อัยการจังหวัดสมุทรปราการโจทก์นายกิตติ ไข่พิลาป หรือไข่พิลาภ กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 91 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม. 4 ทวิ, ม. 14, ม. 20ทวิ, ม. 20 ตรี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม. 4, ม. 6, ม. 7 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 2โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจกระทำความผิดจ่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันคือจำเลยบังอาจร่วมกันมีเฮโรอีนนไฮโดรคอลไรด์และจำเลยบังอาจร่วมกันขายเฮโรอีนไฮโดรคอลไรด์ จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดจริงตามฟ้องทุกประการโจทก์นำพยานเข้าสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยว่า นอกจากเอโรอีนของกลางบรรจุซองพลาสติกซึ่งพลตำรวจ จ. ปลอมตัวไปซื้อแล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจยังค้นได้ธนบัตร ฉบับละ 10 บาท 2 ฉบับใช้ห่อเอโรอีนไว้ 2 ห่อจากจำเลยอีก ดังนี้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2514 ข้อ 2โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2518 เวลากลางวัน จำเลยได้บังอาจกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ(ก) จำเลยได้บังอาจร่วมกันมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์บรรจุหลอดพลาสติก2 หลอด ห่อด้วยธนบัตรฉบับละ 10 บาท 2 ห่อ และบรรจุถุงพลาสติก 1 ถุงรวมทั้งสิ้นหนัก 0.26 กรัม ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษซึ่งต้องห้ามเด็ดขาดไว้ในความครอบครองของจำเลย(ข) จำเลยได้บังอาจร่วมกันขายเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์อันเป็นยาเสพติดให้โทษ ซึ่งจำเลยมีไว้ในความครอบครองของจำเลยดังกล่าวให้แก่ผู้มีชื่อ 1 ถุงพลาสติก ราคา 10 บาททั้งนี้โดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยเฮโรอีน เงิน 62 บาท หลอด