ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2502พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายหุ้ม หรือจวน สินเพ็ง ที่ 1, นายดำ หรือจั่น ฉายอุไรกร ที่ 2, นายอั๋ง หรือเอ็งเซ็ง แซ่อึ้ง ที่ 3จำเลย ป.อ. การลดโทษ เพราะรับสารภาพชั้นสอบสวน ควรใช้กฎหมายในขณะกระทำผิดโจทก์ฟ้องกล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2499 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยที่ 1 มีมีดดาบปลายปืน จำเลยที่ 2 มีไม้ และจำเลยที่ 3 มีมีดพก บังอาจสมคบกันตัดช่อง โดยถอดฝาไม้ขัดแตะล้วงถอดกลอนประตูเข้าไปในห้องเรียน อันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของนายวาด ทวีแสง โดยไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้วบังอาจสมคบกันกระทำการเป็นโจรปล้นทรัพย์ สมคบกันลักเอาทรัพย์สิ่งของต่าง ๆ ตามบัญชีท้ายฟ้องของนายงาด และนางเสงี่ยม ทวีแสงสามีภรรยาไปคิดเป็นราคารวม 5,270 บาท ในการนี้จำเลยทั้งสามได้สมคบกันใช้กำลังทำร้ายโดยใช้มีดดาบปลายปืน และไม้เป็นสาตราวุธฟันและตีนายวาดมีบาดแผลถึงบาดเจ็บโลหิตไหล และใช้เท้าเตะนางเสงี่ยมไม่ถึงบาดเจ็บดังใบชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้อง เพื่อความสะดวกในการที่จำเลยจะลักทรัพย์เพื่อจะเอาทรัพย์ และเพื่อให้ส่งทรัพย์แก่จำเลยเหตุเกิดที่ตำบลบางมด อำเภอราษฎร์บูรณะ จังหวัดธนบุรี ต่อมาเจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสามได้ และได้ดาบปลายปืน 1 เล่ม และมีดพก 1 เล่ม ที่ใช้ในการกระทำผิดเป็นของกลาง ชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ขอให้พิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญาร.ศ.127 มาตรา 301, 63 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 4) มาตรา 7 ให้จำเลยใช้ทรัพย์ 5,270 บาทแก่เจ้าทรัพย์ และริบของกลางจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลอาญาพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 301 พระราชบัญญัติแก้ไขเพ