ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2502

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2502บริษัทอิมปอร์ตสามัคคี จำกัด โดยพันเอกชุบ สรวัฒน์พันธุดิษย์ และขุนไพโรจน์รัฐการ กรรมการโจทก์นายรัศมี ลิมบีวงศ์จำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.อ. สัญญายอมใช้เงินที่ยักยอกไป ไม่ใช่เพื่อมิให้ฟ้องคดีอาญาไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนทั้งเป็นสัญญาซึ่งทำขึ้นอีกส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ความแพ่งเนื่องจากความผิดอาญาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา51โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า โจทก์เป็นบริษัทเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์ทำการค้าเครื่องเหล็ก เครื่องจักรและอื่น ๆ โดยจำเลยได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการอยู่ ณ บริษัทโจทก์สาขาจังหวัดนครราชสีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2496, 2497, 2498 มีหน้าที่รับดูแลรักษาสินค้าต่าง ๆ และทำการขายให้แก่ลูกค้า และมีหน้าที่รับและเก็บเงินราคาขาย ตลอดจนทวงถามให้ลูกค้าผู้ซื้อชำระเงินราคาสินค้าที่ซื้อไปและนำเงินนั้น ๆ ส่งเจ้าหน้าที่การเงินของบริษัท ต่อมา พ.ศ. 2498 จำเลยได้ขายสินค้าอันเป็นเครื่องเหล็กเครื่องจักร รถยนต์ และสินค้าอื่น ๆ ไป จำเลยได้รับและเก็บเงินราคาสินค้านั้น ๆ ไว้จากผู้ซื้อ แต่จำเลยไม่นำเงินดังกล่าวส่งเจ้าหน้าที่การเงินตามระเบียบ โดยจำเลยยักยอกเอาเงินนั้นเป็นประโยชน์ตนเสียเป็นเงินรวม 194,950 บาท โจทก์ได้เร่งรัดทวงถามให้จำเลยนำเงินคืน จำเลยได้นำส่งเงินคืน 77,000 บาท คงค้างอยู่อีกเป็นเงิน 117,950 บาท ซึ่งจำเลยได้ทำหนังสือสัญญาลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2499 ให้ไว้เป็นหลักฐานต่อโจทก์ โดยกำหนดส่งคืนเงิน 117,950 บาท ให้แก่โจทก์ภายใน 1 เดือน ปรากฏตามสำเนาหนังสือหลักฐานสัญญาท้ายฟ้อง แต่เมื่อครบกำหนดแล้ว จำเลยไม่นำเงินดังกล่าวส่งคืนแก่โจทก์ ครั้นต่อมาระหว่างเดือนเมษายน 2499 ปรากฏหลักฐานขึ้นอีกว่า จำเลยได้ขายสินค้าต่