ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 622/2502

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 622/2502ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือโจทก์นายซ้อน มงคลเลิศจำเลยจำเลย นายซ้อน มงคลเลิศโจทก์ ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 219, ม. 220 ป.อ. ม. 59 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 ม. 29, ม. 66 พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2481 ม. 4 ป.วิ.พ. ม. 224, ม. 248 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 รถยนต์เก๋งออกพ้นปากตรอกมาคารางรถรางอยู่ก่อนแล้วและไม่สามารถจะแล่นต่อไปในถนนได้ เพราะกำลังมีรถยนต์แล่นผ่านไปมาทั้งจะถอยหลังก็ไม่ได้เพราะจะชนรถยนต์บรรทุกที่แล่นสวนเข้าตรอกไปเวลานั้นจำเลยกำลังขับรถรางมาและจำเลยเห็นรถยนต์เก๋งในระยะไกลประมาณ 30 เมตรจำเลยก็ไม่หยุดหรือเบารถราง แต่จำเลยกลับโบกมือให้รถยนต์เก๋งถอยออกไป ต่อเมื่อเข้ามาในระยะใกล้แล้วจำเลยจึงได้พยายามหยุดรถ แต่หยุดไม่ทันท่วงทีรถรางจึงชนรถยนต์เก๋งเสียหาย เช่นนี้ ถือว่าจำเลยกระทำโดยประมาทตามกฎหมายแล้ว ฎีกาว่า ศาลฟังข้อเท็จจริงโดยไม่มีพยานหลักฐานในสำนวนสนับสนุน เป็นฎีกาในข้อกฎหมาย แต่ถ้าฎีกาว่า ศาลฟังโดยมีพยานหลักฐานแต่ไม่ควรฟังดังนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถรางชนรถยนต์เก๋งโดยประมาท ขอให้ลงโทษจำเลยต่อสู้ว่า รถยนต์แล่นตัดหน้ารถรางในระยะกระชั้นชิดศาลแขวงพระนครเหนือเห็นว่า เป็นความประมาทของจำเลยที่ขับรถรางชนรถยนต์เก๋งเสียหาย พิพากษาว่าจำเลยผิด พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 29, 66 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2481 มาตรา 4 ให้ปรับ จำเลย 100 บาท ใบอนุญาตขับรถรางยังไม่สมควรถอนจำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยข้อเดียวในปัญหาข้อกฎหมายว่าข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นฟังมานั้นเป็นการกระทำโดยประมาทหรือไม่ นอกนั้นเป็นข้อเท็จจริง สั่งไม่รับจำเลยมิได้คัดค้านคำสั่งนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา