ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2502

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2502นางอำพัน อื้อประเสริฐ ในฐานะผู้ปกครองโจทก์ศาลเจ้าแม่ประดู่โจทก์นายกร จาตุรจินดา หรือซีกิมฮะจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 ป.วิ.อ. ม. 2 (4), ม. 28 (2) กฎเสนาบดี ว่าด้วยที่กุลสถานชนิดศาลจ้าว ข้อ 14 ป.พ.พ. ม. 369ถ้าเกี่ยวด้วยเรื่องศาลเจ้าไม่ว่าจะเป็นตัวศาลเจ้าหรือที่ดินของศาลเจ้า โจทก์ในฐานะผู้ปกครองศาลเจ้าย่อมมีอำนาจหน้าที่ฟ้องคดีได้ทั้งแพ่งและอาญา และแม้โจทก์จะไม่ได้เป็นคู่สัญญากับจำเลยโดยจำเลยทำสัญญากับกรมพระนครบาลกระทรวงมหาดไทยว่า จำเลยเช่าที่ดินของศาลเจ้าปลูกตึกเก็บเงินกินเปล่าและค่าเช่าตึกครบ 25 ปี จำเลยยอมยกตึกให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ศาลเจ้า เช่นนี้โจทก์ก็ยังมีอำนาจฟ้องจำเลยเกี่ยวกับการนี้ได้เมื่อสัญญาเช่าที่ดินรายนี้ได้สิ้นอายุลงโดยผลแห่งสัญญานี้ ตึกดังกล่าวย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ศาลเจ้าไปในตัวโดยมิพักต้องทำพิธีโอนหรือให้จำเลยยินยอมยกให้แก่ศาลเจ้าอีกหรือไม่โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ปกครองศาลเจ้าแม่ประดู่ตามหนังสือแต่งตั้งของผู้ว่าราชการจังหวัดพระนคร เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2474 จำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินของศาลเจ้าแม่ประดู่เพื่อปลูกตึกและโดยมีข้อตกลงว่า เมื่อสร้างเสร็จแล้วจำเลยต้องส่งรายการค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างต่อศาลากลางจังหวัดและในระหว่างสัญญา เมื่อจำเลยเก็บรายได้จากผู้เช่าตึกปีหนึ่งเท่าใด หักในดอกเบี้ยเงินทุนก่อสร้างในอัตราชั่งละ 50 สตางค์แล้ว เหลือเท่าใดจำเลยต้องส่งเงินรายได้ที่เหลือนั้นให้แก่ศาลเจ้าร้อยละ 5 ต่อปี การเช่าที่ดินมีกำหนด25 ปี นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2477 เป็นต้นมา เมื่อครบอายุการเช่าแล้วตึกและสิ่งปลูกสร้างตกเป็นกรรมสิทธิ์ของศาลเจ้า จำเลยได้ปลูกตึกเรียกเงินกินเปล่าและค่าเช่าตลอดมา แต่จำเลยไม่แสดงรายการค่า