ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10/2519บริษัท ไทยประสิทธิ์ประกันภัย จำกัดโจทก์โดยนายเซ็งง่วน แซ่โซ และนายชวน อรุณรัตนา กรรมการโจทก์นายกาญจน์ สายกัลยา ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนจำเลย พ.ร.บ.ประกันชีวิต พ.ศ.2510 ป.พ.พ. ม. 113, ม. 680, ม. 681กฎกระทรวงฉบับที่ 5 ออกตามความในพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2510 ข้อ 7 ว่า 'การให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัทโดยมีผู้ค้ำประกันนั้น บริษัทจะให้กู้ยืมได้ไม่เกินร้อยละ สองของราคาสินทรัพย์ของบริษัทตามบัญชีงบดุลที่มีอยู่ในวันสิ้นปีบัญชีครั้งสุดท้าย จำนวนเงินที่ให้กู้ยืมแต่ละรายต้องไม่เกินหกเท่าของจำนวนเงินเดือนที่พนักงานผู้นั้นได้รับจากบริษัทในเดือนสุดท้ายก่อนเดือนที่จะให้กู้ยืม และไม่เกินสองหมื่นบาท ' ฉะนั้น การที่บริษัทโจทก์ให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทโจทก์กู้ยืมเงินเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท นั้น จึงขัดต่อกฎกระทรวงดังกล่าว สัญญากู้ระหว่างบริษัทโจทก์และจำเลยจึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นโมฆะ ไม่มีผลบังคับ จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิดด้วยแต่จำเลยที่ 1 รับเงินไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และเป็นการทำให้โจทก์เสียเปรียบ จำเลยที่ 1 จึงต้องคืนให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการรับประกันภัยให้กู้ยืมเงินฯ จำเลยที่ 1 ได้กู้ยืมเงินโจทก์ไปโดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย โจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระ แต่ก็ไม่ชำระ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ทำงานกับโจทก์โดยเป็นตัวแทนประกันชีวิต จำเลยที่ 1 ขอเงินจากโจทก์มาขยายงาน โจทก์ตกลงให้30,000 บาท แต่จำเลยที่ 1 ต้องผ่อนชำระ แต่จ่ายโดยตรงไม่ได้ เพราะขัด