ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 23/2519กรมทางหลวง โดยนายเฉลียว วัชรพุกก์ อธิบดีโจทก์นายไพรัช เป้าเทียมวงศ์ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนจำเลย ป.พ.พ. ม. 75, ม. 448, ม. 823 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 ม. 22 วรรคสอง ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 สอง ข้อ 32แม้เจ้าหน้าที่โจทก์จะได้รับแจ้งถึงการที่มีผู้ทำละเมิดต่อโจทก์ อายุความในเรื่องละเมิดยังไม่เริ่มนับจนกว่าอธิบดีกรมโจทก์ซึ่ง เป็นผู้แทนโจทก์ได้รู้ถึงการกระทำละเมิดดังกล่าวแล้ว กรมมอบอำนาจให้ส่วนราชการอื่นแจ้งความกล่าวโทษผู้กระทำละเมิด แต่เมื่อมิได้มอบให้ติดตามเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีฟ้องเรียกค่าเสียหายด้วยการที่ส่วนราชการผู้รับมอบอำนาจรู้ถึงการกระทำละเมิด ไม่ถือว่ากรมรู้ด้วยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 ทำสัญญาเป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์โดยประมาทชนเสาไฟฟ้าของโจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 มิได้ขับรถโดยประมาทโจทก์ฟ้องคดีเมื่อเกิน 1 ปี จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยที่ 2 ที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาฟังว่า รถที่จำเลยที่ 1 ขับชนเสาไฟฟ้าของโจทก์เสียหาย และการไฟฟ้านครหลวงได้มีหนังสือแจ้งถึงการทำละเมิดที่เกิดขึ้นตลอดจนตัวผู้ทำละเมิดและผู้พึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนไปยังโจทก์โดยละเอียด โดยเจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว แต่เมื่อเรื่องราวการทำละเมิดดังกล่าวยังไม่ทราบถึงอธิบดีกรมทางหลวงซึ่งต