ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3309/2522อัยการนครศรีธรรมราชโจทก์นายศิลปชัย หรือช้อม ขุนทวีจำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ไม้หลุมพอแปรรูปของกลาง 10.35 ลูกบาศก์เมตร เป็นไม้ที่ได้รับอนุญาตให้ตัดแล้ว จึงไม่ใช่ไม้หวงห้ามตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 แก้ไขแล้ว มาตรา 7 แม้มีไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ไม่เป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 50(4)ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 4 เดือน 15 วัน ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 72 ของกลางริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง คืนของกลางแก่จำเลย โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยมีไม้หลุมพอแปรรูป จำนวน 10.35 ลูกบาศก์เมตรของกลางไว้ในความครอบครองเกินกว่าจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ปัญหาว่า การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดตามบทบัญญัติของกฎหมายดังโจทก์ฟ้องหรือไม่พิเคราะห์แล้ว คดีโจทก์ได้ความตามที่จำเลยนำสืบโดยมีนายวิฑูรย์ นาคพันธ์ เป็นพยานเบิกความประกอบยืนยันว่า ไม้ของกลางเดิมเป็นของนายวิฑูรย์ นาคพันธ์ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากนายจวน โจมฤทธิ์ ให้ตัดฟันออกมาจากในเขตที่ดินมี น.ส.3 ของนายจวน และทางราชการอำเภอสิชลโดยมีนายอรุณป่าไม้อำเภอพยานโจทก์ได้ร่วมเป็นกรรมการด้วยคนหนึ่ง ได้ทำการตรวจสอบรับรองแล้วว่าเป็นไม้เกิดในที่ดินมีกรรมสิทธิ์ของนายจวนและได้อนุญาตให้นายวิฑูรย์ตัดฟันออกมาใช้ได้ ดังปรากฏตามเอกสารหมาย ล.4 ที่จำเลยขออ้างมาจากทางราชการอำเภอสิชลประกอบ ตามคำเบิกความของสิบตำรวจเอกวิโรจน์ พยานโจทก์ผู้ร่วมจับกุม ก็เจือสมข้อนำสืบของจำเลยว่า ไม้หลุมพอแปรรูปของกลางบางชิ้นยังคงมีรอยดวงตราอนุญาตของเจ้าพนักงานป่าไม้ตีประทับไว้ แสดงว่า