ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1304/2543

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1304/2543สหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงยุติธรรม จำกัดโจทก์นาย สงวน บุญเลื่อน กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 138, ม. 271, ม. 286แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ตามที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้างว่า คดีอยู่ระหว่างจำเลยที่ 1 ผ่อนชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาตามยอมและจำเลยที่ 1 ยังมิได้ผิดนัด การที่โจทก์มีหนังสือขอให้ศาลจังหวัดสุรินทร์หักเงินบำเหน็จที่จำเลยที่ 1 จะได้รับเนื่องจากการลาออกจากราชการเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมเป็นการไม่ชอบนั้นก็เป็นเรื่องที่โจทก์มิได้มีการบังคับคดีจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 4 แต่เป็นเรื่องที่โจทก์โต้แย้งสิทธิของจำเลยที่ 1 นอกเหนือการบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอม จำเลยที่ 1 ชอบที่จะไปว่ากล่าวโจทก์เป็นอีกคดีหนึ่งต่างหากคดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้กู้จำเลยที่ 2และที่ 3 ในฐานะผู้ค้ำประกัน รับผิดชำระเงินตามสัญญากู้เงินและสัญญาค้ำประกันให้โจทก์จำนวน 286,480 บาท พร้อมดอกเบี้ยต่อมาโจทก์และจำเลยทั้งสามได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยจำเลยทั้งสามยอมชำระหนี้ให้โจทก์เป็นเงินต้นและดอกเบี้ยรวม310,316.84 บาท โดยจำเลยทั้งสามตกลงจะผ่อนชำระให้โจทก์เป็นรายเดือนเดือนละ 4,000 บาท ภายในวันที่ 1 ของทุกเดือนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2539 เป็นต้นไป ถ้าผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมดยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ และศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้วจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า คดีนี้อยู่ระหว่างจำเลยที่ 1 ผ่อนชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความของศาล จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากลูกจ้างประจำของศาลจังหวัดสุรินทร์ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม2541 มีสิทธิรับบำเหน็จลูกจ