ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 217/2544

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 217/2544ธนาคาร กรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชนโจทก์นาย สมชายหรือสมัชชา ใยมา กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 680 ป.รัษฎากร ม. 104, ม. 118หนังสือค้ำประกันรายพิพาทมีข้อความว่าจำเลยที่ 3 ตกลงค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ให้ไว้แก่โจทก์หากจำเลยที่ 1 กระทำด้วยประการใด ๆ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 3 ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งสิ้นและจำเลยที่ 3 ฝ่ายเดียวได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ดังนี้เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสองเท่านั้น มิใช่เป็นหนังสือสัญญาค้ำประกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 อันจะถือเป็นตราสารที่ต้องเสียอากรโดยปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามความมุ่งหมายแห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 103,104 และ 118 ดังนั้น แม้มิได้ปิดอากรแสตมป์ก็สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานของโจทก์เข้าทำงานเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2517 ในตำแหน่งพนักงานทั่วไป ครั้งสุดท้ายมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยสมุห์บัญชีชั้น ก ประจำอยู่ที่ธนาคารโจทก์สาขาคลองตัน มีหน้าที่ดูแลด้านการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและควบคุมเทเลอร์เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2517 จำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ไว้ต่อโจทก์ ยอมรับผิดใช้ค่าเสียหายในวงเงิน 50,000 บาท และวันที่ 15 พฤษภาคม 2524 จำเลยที่ 3ทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ไว้ต่อโจทก์ยอมรับผิดใช้ค่าเสียหายที่จำเลยที่ 1 ก่อขึ้นทั้งสิ้น ระหว่างที่จำเลยที่ 1 ทำงานที่สาขาคลองตัน จำเลยที่ 1 ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ปฏิบัติงานโดยทุจริตโดยบังอาจปลอมลายมือและเบิกเงินจากบัญชีของลูกค้าของโจทก์ สาขาคลองตัน ไปเป็นของตนหรือผู้อื่นรวม 128 ครั้ง จำเลยท