ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 974/2519

ประเด็นกฎหมาย

การบอกกล่าวให้ชำระหนี้ก่อนฟ้องคดีล้มละลายตามมาตรา 8(9) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นเพียงข้อสันนิษฐานว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่ใช่เงื

หลักกฎหมาย

การบอกกล่าวให้ชำระหนี้ก่อนไม่น้อยกว่าสองครั้ง มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน ตามมาตรา 8(9) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นเพียงข้อสันนิษฐานว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวข้อหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่บทบังคับให้โจทก์ต้องบอกกล่าวก่อนฟ้อง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมจำนวน 518,675.94 บาท พร้อมดอกเบี้ย โจทก์ขอให้ศาลบังคับคดียึดหุ้นของจำเลยมาขายทอดตลาดแล้วไม่สามารถขายได้ และจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นพอจะยึดมาชำระหนี้ จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ได้บอกกล่าวทวงถามให้ชำระหนี้ตามมาตรา 8(9) ก่อนฟ้อง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 974/2519ธนาคาร นครหลวงไทย จำกัดโจทก์นายชิงฮั้ว แซ่ตั้งจำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 เจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้ให้เป็นบุคคลล้มละลายได้ เมื่อบรรยายฟ้องเข้าหลักเกณฑ์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2511กล่าวคือ ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวเป็นหนี้ไม่น้อยกว่า 30,000 บาท และหนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้แน่นอน แม้จะอยู่ระหว่างบังคับคดีในหนี้รายเดียวกันในคดีแพ่งสามัญ การบอกกล่าวให้ชำระหนี้ก่อนไม่น้อยกว่าสองครั้ง มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน ตามมาตรา 8(9) นั้นเป็นเพียงข้อสันนิษฐานว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวข้อหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่บทบังคับว่าโจทก์ต้องบอกกล่าวเช่นนั้นก่อนฟ้องโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลจังหวัดนครสวรรค์ คดีหมายเลขแดงที่ 285/2514 โดยจำเลยยอมชำระหนี้ให้โจทก์518,675.94 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย แต่จำเลยผิดนัดไม่ชำระโจทก์ได้ขอให้ศาลบังคับคดียึดหุ้นของจำเลยที่มีอยู่ในบริษัทอุตสาหกรรมผลิตยางยูนิเวอร์แซลจำกัด มาขายทอดตลาดแล้วก็ไม่สามารถขายได้ นอกจากนี้จำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่พอจะยึดมาชำระหนี้ได้อีก พฤติการณ์แสดงว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหนี้ของโจทก์กำหนดจำนวนได้แน่นอน มีจำนวนเกินกว่า 30,000 บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายจำเลยให้การว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมจริง แต่จำเลยยังไม่จำต้องเป็นบุคคลล้มละลาย เพราะก่อนฟ้องคดีโจทก์ไม่ได้มีหนังสือบอกกล่าวหรือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ติดต่อกันไม่น้อยกว่าสองครั้ง เป็นระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน ทั้งจำเลยยังมีทรัพย์สินมีราคาและมูลค่ามากพอที่จะขายนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จน