ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1198/2519

ประเด็นกฎหมาย

การมีเฮโรอีนไว้เพื่อขายและการขายเฮโรอีนซึ่งเป็นจำนวนเดียวกัน เป็นความผิดต่างกรรมกัน

หลักกฎหมาย

แม้เฮโรอีนที่ขายไปจะเป็นจำนวนเดียวกับที่จำเลยมีไว้เพื่อขาย แต่การกระทำผิดฐานขายเป็นอีกกรรมหนึ่ง จึงเป็นความผิดต่างกรรม มิใช่กรรมเดียว

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 4 ทวิ, 20 ทวิ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 6 ให้ลงโทษเรียงกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ส่วนการกำหนดโทษและลดโทษ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ 63 ห่อไว้ในครอบครองเพื่อขาย และได้ขายเฮโรอีนดังกล่าวไป 4 ห่อ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1198/2519พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการโจทก์นายวิชาญ แซ่โง้วจำเลย ป.อ. ม. 91 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อขายกระทงหนึ่ง และฐานขายเฮโรอีนอีกกระทงหนึ่ง แม้เฮโรอีนที่ขายไปจะเป็นจำนวนเดียวกันกับที่จำเลยมีไว้เพื่อขาย ก็เป็นความผิดต่างกรรมกัน(วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 11/2519)โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ จำนวน 63 ห่อไว้ในความครอบครองเพื่อขาย และจำเลยได้ขายเฮโรอีนดังกล่าวไปจำนวน 4 ห่อ ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 ฯลฯจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 10 ปีลดโทษฐานรับสารภาพให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 5 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 ฯลฯ จำคุก 5 ปี ลดโทษฐานรับสารภาพให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี 6 เดือนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีน 63 ห่อไว้เพื่อขายกระทงหนึ่ง และฐานขายเฮโรอีน 4 ห่ออีกกระทงหนึ่งแม้เฮโรอีน 4 ห่อที่ขายไปจะเป็นจำนวนเดียวกับเฮโรอีน 63 ห่อ ที่จำเลยมีไว้เพื่อขาย แต่จำเลยก็กระทำผิดฐานขายเฮโรอีนจำนวน 4 ห่อ เป็นอีกกรรมหนึ่ง จึงเป็นความผิดต่างกรรม มิใช่กรรมเดียวดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพิพากษาแก้ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 4 ทวิ, 20 ทวิ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มา