ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1442/2519

ประเด็นกฎหมาย

เงินผลประโยชน์ในการปลดที่จ่ายตามข้อบังคับของบริษัท ถือเป็นค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานหรือไม่

หลักกฎหมาย

ค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน หมายถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง นอกเหนือจากเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง เงินที่จ่ายตามข้อบังคับของบริษัทที่อ้างอิงถึงประกาศดังกล่าวและกำหนดจำนวนไม่น้อยกว่าค่าชดเชยตามกฎหมาย ถือเป็นค่าชดเชย ไม่ใช่เงินประเภทอ

คำวินิจฉัย

เงินผลประโยชน์ในการปลดที่บริษัทโจทก์จ่ายให้แก่ลูกจ้างตามข้อบังคับดังกล่าว เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างอันเป็นค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ไม่อาจแปลได้ว่าเป็นเงินประเภทอื่นที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

บริษัทโจทก์ปลดลูกจ้าง 12 คน และจ่ายเงินผลประโยชน์ตามข้อบังคับของบริษัทข้อ 23 ซึ่งกำหนดให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย และข้อบังคับดังกล่าวระบุว่าบริษัทประกาศใช้เพราะมีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1442/2519บริษัท ไซมิสทินซินดิเกต จำกัด โดยนายประมวล ทองภู กรรมการโจทก์นายสุภร ทับเที่ยง นายอำเภอเมืองระนอง ในฐานะ เจ้าพนักงานแรงงานตามประกาศของคณะปฏิวัติจำเลยฉบับที่ 103จำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 ข้อ 2(5) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46, ข้อ 77 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 142 (5)ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 ได้ให้คำจำกัดความของ 'ค่าชดเชย' ไว้ว่า หมายถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างนอกเหนือจากเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง เมื่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทโจทก์มีว่า บริษัทโจทก์จะจ่ายเงินผลประโยชน์ในการปลดลูกจ้างเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่าค่าชดเชยซึ่งลูกจ้างจะพึงได้รับตามประกาศกระทรวงมหาดไทยทั้งตามข้อบังคับดังกล่าวแสดงเจตนาไว้ว่า บริษัทโจทก์ประกาศข้อบังคับนี้ก็เพราะมีประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อความตามข้อบังคับนี้จึงแสดงถึงความเอื้อเฟื้อของบริษัทโจทก์ที่สัญญาว่าจะจ่ายเงินค่าชดเชยในการปลดลูกจ้างออกจากงานให้เป็นจำนวนมากกว่าที่ทางราชการกำหนดไว้ดังนั้น เงินผลประโยชน์ในการปลดที่บริษัทโจทก์จ่ายให้แก่ลูกจ้างตามข้อบังคับดังกล่าว จึงเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างอันเป็นค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ไม่อาจแปลได้ว่าเป็นเงินประเภทอื่นที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างโจทก์ฟ้องว่า บริษัทโจทก์ปลดลูกจ้างออกจากงาน 12 คน โดยโจทก์จ่ายเงินผลประโยชน์ตามกฎข้อบังคับของโจทก์ซึ่งถือว่าเป็นเงินชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 13 มิถุนายน2517 แล้ว แต่จำเลยเห็นว่าไม่ใช่เงินชดเชยตามกฎหม