ทางพิพาทเป็นภารจำยอมตามกฎหมายหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางทางภารจำยอมหรือไม่
การแบ่งแยกที่ดินออกเป็นแปลงย่อยเพื่อขายและจัดให้มีสาธารณูปโภค ถือเป็นการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 แม้ไม่ได้รับใบอนุญาตก็ตาม ทำให้ทางพิพาทเป็นภารจำยอมตามกฎหมายแก่ที่ดินที่จัดสรร ผู้รับโอนที่ดินที่ทางภารจำยอมตั้งอยู่ต้องไม่กระทำการใดอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไปหรื
ทางพิพาทเป็นภารจำยอมตามกฎหมายแก่ที่ดินที่จัดสรรและที่ดินที่โจทก์ซื้อ จำเลยต้องรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางทางภารจำยอม และทำให้ถนนภารจำยอมอยู่ในสภาพใช้ได้สะดวก
บริษัทกรนพเก้าการเคหะ จำกัด แบ่งแยกที่ดินออกเป็นแปลงย่อย 90 แปลงเพื่อขาย และจัดให้มีสาธารณูปโภคคือทางพิพาท โดยไม่ได้ขออนุญาตจัดสรรที่ดิน โจทก์ซื้อที่ดินพร้อมตึกแถวในที่ดินจัดสรรดังกล่าว จำเลยรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ทางพิพาทตั้งอยู่ และปลูกสร้างโรงเรือนกีดขวางทางพิพาท ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้ทางเดินแล
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1952/2539นาย เจษดา พงษ์นุ่มกุลโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด จิตเทวัญจำเลย ป.พ.พ. ม. 1387, ม. 1390 ป.วิ.พ. ม. 55 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30แม้จะไม่ปรากฎว่าบริษัทก.เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินจากคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่286และที่ดินโฉนดเลขที่31569ส่วนที่เป็นทางพิพาทนั้นเป็นที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาตก็ตามก็ถือได้ว่าการกระทำของบริษัทก.ที่แบ่งแยกที่ดินออกเป็นแปลงย่อย90แปลงเพื่อขายนั้นเป็นการแสดงออกโดยปริยายแล้วว่าบริษัทก.จัดให้มีสาธารณูปโภคคือทางพิพาทอันถือได้ว่าเป็นการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่286ลงวันที่24พฤศจิกายน2515ข้อ30 การที่บริษัทก.จะขออนุญาตจัดสรรที่ดินหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหากหากจะเป็นการดำเนินการฝ่าฝืนประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวก็ไม่ทำให้การดำเนินการของบริษัทก.ไม่เป็นการจัดสรรที่ดินตามกฎหมายดังนั้นทางพิพาทจึงเป็นภารจำยอมตามกฎหมายแก่ที่ดินที่จัดสรรและที่ดินที่โจทก์ซื้อจากบริษัทก.จำเลยซึ่งเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ต่อจากบริษัทก. ย่อมอยู่ในบังคับประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่286ข้อ30ที่จะกระทำการใดๆอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไปหรือเลื่อนความสะดวกมิได้ โจทก์ซึ่งซื้อที่ดินพร้อมตึกแถวในที่ดินจัดสรรดังกล่าวย่อมมีสิทธิใช้ทางพิพาทได้การที่มีการก่อสร้างโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางภารจำยอมย่อมเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเมื่อที่ดินแปลงที่ทางภารจำยอมตั้งอยู่โอนมาเป็นของจำเลยโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากทางภารจำยอมได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป