ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1952/2539

ประเด็นกฎหมาย

ที่ดินพิพาทส่วนที่เป็นถนนตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินจัดสรรและที่ดินของโจทก์ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 หรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่

หลักกฎหมาย

การแบ่งแยกที่ดินออกเป็นแปลงย่อยเพื่อขายโดยมีการแสดงออกโดยปริยายว่าจะจัดให้มีสาธารณูปโภค ถือเป็นการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 แม้ผู้จัดสรรจะไม่ได้รับใบอนุญาตก็ตาม และสาธารณูปโภคที่จัดให้มีขึ้นตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินจัดสรร ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งเป็นภารยทรัพย์ต้องไม่กระทำการใ

คำวินิจฉัย

ทางพิพาทเป็นภารจำยอมตามกฎหมายแก่ที่ดินจัดสรรและที่ดินของโจทก์ โจทก์มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางทางภารจำยอมได้ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

บริษัทจัดสรรที่ดินแบ่งแยกที่ดินเป็นแปลงย่อย 90 แปลง โดยมิได้รับอนุญาต แต่มีการโฆษณาขายและจัดทำทางพิพาทเป็นทางออกสู่ถนนสาธารณะ โจทก์ซื้อที่ดินพร้อมตึกแถวในโครงการ จำเลยซื้อที่ดินแปลงอื่นในโครงการและรับโอนกรรมสิทธิ์ต่อมา ต่อมาจำเลยปลูกสร้างโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางพิพาท

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1952/2539นาย เจษดา พงษ์นุ่มกุลโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดจิตเทวัญจำเลย ป.พ.พ. ม. 1387, ม. 1390 ป.วิ.พ. ม. 55 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 10โจทก์ได้ซื้อและรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมตึกแถวจากบริษัทจัดสรรที่ดินโดยมีการประกาศโฆษณาว่ามีทางเข้าออกตึกแถวได้แม้จะไม่ปรากฎว่าบริษัทจัดสรรที่ดินเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินจากคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินก็ตามก็ถือได้ว่าเป็นการแสดงออกโดยปริยายแล้วว่าจัดให้มีสาธารณูปโภคคือทางพิพาทอันถือได้ว่าเป็นการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฎิวัติฉบับที่286ลงวันที่24พฤศจิกายน2510ข้อ10ส่วนการที่บริษัทจัดสรรที่ดินจะขออนุญาตจัดสรรที่ดินหรือไม่ก็เป็นเรื่องหนึ่งต่างหากดังนั้นทางพิพาทจึงเป็นภารจำยอมตามกฎหมายแก่ที่ดินจัดสรรและที่ดินที่โจทก์ซื้อ การที่ทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมโจทก์ซึ่งซื้อที่ดินพร้อมตึกแถวในที่ดินดังกล่าวย่อมมีสิทธิใช้ทางพิพาทได้เมื่อจำเลยซึ่งเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ต่อจากบริษัทจัดสรรที่ดินย่อมอยู่ในบังคับที่จะกระทำการใดๆอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกมิได้การที่มีการก่อสร้างโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางภารจำยอมย่อมเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไปหรือเสื่อมสะดวกทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากทางภารจำยอมได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 131590 พร้อมอาคารพาณิชย์เลขที่ 10/53 ตั้งอยู่ศูนย์การค้ากรนพเก้า ซึ่งโจทก์ซื้อจากบริษัทกรนพเก้าการเคหะจำกัด โดยมีการประกาศโฆษณาว่ามีถนนจำนวน 8 สาย เข้าออกศูนย์การค้าและอาคารพาณิชย์บนที่ดินโฉนดเลขที่ 31569 ที่ดินดังกล่าวจึงตก