ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 525/2518

ประเด็นกฎหมาย

อำนาจฟ้องของผู้ครอบครองที่ดินที่ไม่ได้แจ้งการครอบครองตามกฎหมาย เมื่อถูกเทศบาลและบุคคลภายนอกรบกวนการครอบครอง โดยอ้างว่าที่ดินเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

หลักกฎหมาย

ผู้ยึดถือครอบครองที่ดิน แม้ไม่ได้แจ้งการครอบครองตามกฎหมายที่ดิน ก็ยังมีอำนาจฟ้องบุคคลภายนอกที่มารบกวนการครอบครอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 เมื่อมีการโต้แย้งสิทธิกัน การไม่แจ้งการครอบครองเป็นเรื่องระหว่างผู้ครอบครองกับรัฐ ไม่ทำให้หมดอำนาจฟ้องบุคคลอื่น

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาในปัญหาข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ประเภทใด แล้วพิพากษาใหม่

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ซื้อที่ดินและครอบครองมาโดยตลอด จำเลยที่ 2 นำป้ายไปปักในที่ดินอ้างว่าเป็นที่สาธารณะของจำเลยที่ 1 (เทศบาลตำบล) โจทก์ไม่ได้แจ้งการครอบครองภายในกำหนดเวลา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ที่ 1 มีสิทธิครอบครอง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องเพราะเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 525/2518นางบุญรวม เสนาดิสัย กับพวกโจทก์เทศบาลตำบลชะอำ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1304, ม. 1377 ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 ม. 40 โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทโดยโจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 นำป้ายไปปักในที่ดินของโจทก์ และอ้างว่าเป็นที่สาธารณะตะกาดวังหินของจำเลยที่ 1 ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์โดยการครอบครอง ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง ดังนี้ จึงเห็นได้ว่าโจทก์เป็นผู้ยึดถือครอบครองที่พิพาท แต่เมื่อถูกจำเลยรบกวนสิทธิของโจทก์ในฐานะผู้ยึดถือครอบครองอยู่ และจำเลยก็ได้แย้งสิทธิในทรัพย์พิพาทว่าเป็นที่สาธารณะ ถือว่าโจทก์จำเลยมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นในทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 แล้วโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องในที่พิพาทได้ หาใช่เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาท โดยโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะขอให้ศาลพิพากษาตามคำขอท้ายฟ้องไม่ แม้โจทก์ไม่ได้แจ้งการครอบครองที่พิพาทภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดซึ่งตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.2497 มาตรา 5 บัญญัติให้ถือว่าโจทก์มีเจตนาสละสิทธิครอบครองก็ดี ก็เป็นเรื่องของรัฐที่จะว่ากล่าวกับผู้ยึดถือครอบครองที่ดินนั้นเอง แต่คดีนี้เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะเทศบาลตำบลชะอำ และจำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัวที่เข้ามารบกวนสิทธิของโจทก์ในฐานะผู้ยึดถือครอบครองอยู่ โจทก์หาได้พิพาทกับรัฐโดยตรงไม่และเมื่อข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ ถ้าไม่เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินจำเลยก็ไม่มีสิทธิเข้าไปเกี่ยวข้องหรือถ้าเป็นที่สาธา