ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2053/2519

ประเด็นกฎหมาย

โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์หรือไม่

หลักกฎหมาย

คำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตามข้อ 75 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการแรงงานสัมพันธ์ แม้มิได้บัญญัติว่าคู่กรณีต้องปฏิบัติตาม แต่เมื่อมีประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ข้อ 4 ให้กระทรวงมหาดไทยมีอำนาจชี้ขาด ย่อมแสดงว่าคู่กรณีต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดนั้น ดังนั้น เมื่อคำชี้ขาดมีผลให้โจทก์ต้องปฏิบัต

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเจ้าของและผู้จัดการโรงเรียน ถูกครูกล่าวหาว่าเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม จำเลยทั้ง 8 ในฐานะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้ออกคำชี้ขาดว่าการกระทำของโจทก์เป็นการกระทำไม่เป็นธรรม ให้โจทก์รับครูผู้กล่าวหาเข้าทำงานตามเดิมและจ่ายเงินให้ผู้กล่าวหาอีกจำนวนหนึ่ง โดยให้โจทก์ปฏิบัติภายใน 15 วัน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2053/2519คุณหญิงเชิญ พิศาลบุตรโจทก์นายดำริ น้อยมณี ที่ 1 นายสุวรรณ รื่นยศ ที่ 2จำเลยนายกำจัด ผาติสุวัฒณ ที่ 3 นายลิ่วละล่อง บุนนาค ที่ 4จำเลยนายอมร รักษาสัตย์ ที่ 5 นายสนั่น วงศ์สุธี ที่ 6จำเลยนายนิคม จันทร์วิฑูร ที่ 7 นายเจริญ ศิริพันธ์ ที่ 8จำ ป.วิ.พ. ม. 55 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 ข้อ 4 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 17, ข้อ 18, ข้อ 27, ข้อ 72, ข้อ 74, ข้อ 75, ข้อ 77โจทก์เป็นเจ้าของและผู้จัดการโรงเรียน ได้ถูกครูกล่าวหาว่าเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม จำเลยทั้ง 8 ในฐานะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้ออกคำชี้ขาดว่าการกระทำของโจทก์เป็นการกระทำไม่เป็นธรรม ให้โจทก์รับครูผู้กล่าวหาเข้าทำงานตามเดิมและจ่ายเงินให้ผู้กล่าวหาอีกจำนวนหนึ่ง โดยให้โจทก์ปฏิบัติภายใน 15 วันนั้น คำชี้ขาดดังกล่าวได้ออกโดยอาศัยอำนาจตามข้อ 75 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการแรงงานสัมพันธ์ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 คำชี้ขาดตามประกาศดังกล่าว ข้อ 17,18 ให้บังคับได้เป็นเวลา 1 ปี หาใช่เป็นเพียงคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงานหรือพนักงานเงินทดแทนไม่ ถือได้ว่าจำเลยได้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและผู้จัดการโรงเรียน ได้ถูกกล่าวหาว่าเลิกจ้างผู้กล่าวหาโดยไม่เป็นธรรม จำเลยในฐานะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้ชี้ขาดว่าการกระทำของโจทก์ที่เลิกจ้างผู้กล่าวหาเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมให้โจทก์รับผู้กล่าวหาเข้าทำงานตามเดิมและจ่ายเงินให้แก่ผู้กล่าวหา โดยให้โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งภายใน 15 วัน ซึ่งการชี้ขาดดังกล่าวจำเลยมิได้สืบพยานโดยตนเอง จึงวินิจฉัยข้อเท็จจริงไม่ถูกต้อง ขอ