ฟ้องที่ฟ้องด้วยวาจาโดยมิได้ระบุว่าจำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตขายสุรา แต่กล่าวว่าจำเลยจำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นฟ้องที่สมบูรณ์หรือไม่
การฟ้องด้วยวาจาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 19 ศาลบันทึกเฉพาะใจความสำคัญ ไม่ต้องละเอียดเหมือนฟ้องเป็นหนังสือ และการที่โจทก์กล่าวว่าจำเลยจำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต แสดงอยู่ในตัวว่าจำเลยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภท 3-6 ตาม พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 จึงเป็นฟ้องที่ครบองค์ประกอบความผิด
พิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 253 ข้อ 2 และข้อ 4 ปรับ 2,000 บาท
จำเลยจำหน่ายสุราแม่โขงและเบียร์ในเวลาห้ามจำหน่าย (01.30 น.) โดยไม่ได้รับอนุญาต โจทก์ฟ้องด้วยวาจา ศาลชั้นต้นบันทึกคำฟ้องแต่ไม่ได้บันทึกว่าจำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตขายสุรา จำเลยให้การรับสารภาพ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2466/2519พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายสนิทชาย เชวงศักดิ์โสภาคย์จำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ข้อ 2, ข้อ 4 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม. 19โจทก์ฟ้องด้วยวาจาปรากฏตามบันทึกคำฟ้องประกอบกับหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาว่า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2518 เวลา 01.30 นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาที่ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยได้บังอาจจำหน่ายสุราแม่โขงและเบียร์ให้ ส.และว. โดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ศาลชั้นต้นมิได้บันทึกความที่ว่าจำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตขายสุราไว้ก็ตาม ก็ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าจำเลยต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทใดประเภทหนึ่งระหว่างประเภทที่ 3 ถึงประเภทที่ 6 ตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.2493 จึงจะต้องห้ามมิให้ขายสุรานอกเหนือเวลาที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 253 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2515 ข้อ 2 กำหนดไว้ หากจำเลยมิใช่ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขายสุราตามความในกฎหมายว่าด้วยสุรา จำเลยก็ขายสุราไม่ได้เลย ไม่ว่าภายในหรือนอกเวลาที่กำหนด ฟ้องโจทก์จึงสมบูรณ์โจทก์ฟ้องด้วยวาจาปรากฏตามบันทึกคำฟ้องประกอบกับบันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาว่า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2518 เวลา 01.30 นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาที่ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยได้บังอาจจำหน่ายสุราแม่โขงและเบียร์ให้นายสุชาติ เลาหะชนุพันธ์ และนายวิบูลย์ อมรตระกูล โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2515 ข้อ 2 และข้อ 4 จำเลยให้การรับสารภาพศาลแขวงพระนครเหนือพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 253 ข้อ 2 และข้อ 4 เมื่อลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา