โจทก์ซึ่งอ้างว่าได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการปกครองศาลเจ้า มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เมื่อการอุทิศที่ดินยังไม่สมบูรณ์และศาลเจ้าไม่อยู่ในบังคับกฎเสนาบดี
กฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้า ใช้เฉพาะกับศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ในที่ดินซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าของหรือเป็นผู้ปกปักรักษาเท่านั้น การอุทิศที่ดินให้เป็นสมบัติของศาลเจ้าโดยสิทธิ์ขาดต้องจดทะเบียนโอนโฉนด หากยังไม่ได้จดทะเบียน ที่ดินยังไม่ตกอยู่ในความปกครองรักษาของรัฐบาล ศาลเจ้านั้นไม่อยู่ในบังคับแห่งกฎเสนา
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์
นายอุดม วงศ์อุไร ทำหนังสือยกที่ดินของตนที่มีศาลเจ้าตั้งอยู่ให้แก่กรุงเทพมหานคร แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนโอนโฉนด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการปกครองศาลเจ้า และแต่งตั้งนายอุดมเป็นผู้ตรวจตราสอดส่อง จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 จดทะเบียนมูลนิธิโดยใช้ชื่อ "มูลนิธิแป๊ะโค้วเซี่ยงงี่ (ฮะเฮงตั้ว)" แ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2641/2519นายมณฑล หาญพาณิชย์โจทก์มูลนิธิแป๊ะโค้วเซี่ยงงี่ กับพวกจำเลย กฎเสนาบดี ว่าด้วยที่กุลสถานชนิดศาลจ้าว กฎเสนาบดีว่าด้วยกุศลสถานชนิดศาลเจ้า ลงวันที่ 15 มีนาคม 2463 ใช้แต่เฉพาะกับศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ในที่ดินซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าของหรือเป็นผู้ปกปักรักษาเท่านั้น ผู้ใดจะอุทิศที่ดินของตนที่มีศาลเจ้าตั้งอยู่แล้วให้เป็นสมบัติของศาลเจ้าโดนสิทธิ์ขาดต้องยื่นเรื่องราวเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมทั้งหน้าโฉนดอ. ทำหนังสือยกที่ดินของตนที่มีศาลเจ้าตั้งอยู่แล้วให้แก่กรุงเทพมหานคร แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนโอนโฉนดให้แก่กัน การอุทิศที่ดินของ อ. จึงยังไม่มีผลให้ตกเป็นสมบัติสำหรับศาลเจ้าโดยสิทธิ์ขาด และที่ดินของ อ. ยังไม่ตกมาอยู่ในความปกครองรักษาของรัฐบาลศาลเจ้านี้จึงไม่อยู่ในบังคับแห่งกฏเสนาบดีดังกล่าวดังนั้นการตั้งและถอนผู้จัดการปกครองศาลเจ้าและผู้ตรวจตราสอดส่องที่บัญญัติไว้จึงนำมาใช้บังคับในเรื่องนี้ไม่ได้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่มีอำนาจตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการปกครองและไม่มีอำนาจตั้ง อ. เป็นผู้ตรวจสอดส่องศาลเจ้าดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง (อ้างฎีกาที่ 310/2483)โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้เป็นผู้จัดการปกครองศาลเจ้าองค์เซียนแป๊ะโค้ว (ฮะเฮงตั้ว) ตามกฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้า ลงวันที่ 15 มีนาคม 2463 ออกตามความในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ได้ไปขอจดทะเบียนมูลนิธิโดยใช้ชื่อว่า "มูลนิธิแป๊ะโค้วเซี่ยงงี่ (ฮะเฮงตั้ว)" และแจ้งว่าทรัพย์สินต่าง ๆ เป็นของมูลนิธิ ซึ่งความจริงทรัพย์สินดังกล่าวเป็นตัวอาคารศาลเจ้าองค์เซียนแป๊ะโค้ว (ฮะเฮงตั้ว) เจ้าพนักงานหลงเชื่อจดทะเบียนจำเลยที่ 1เ