ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4922/2550

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4922/2550นางสาวสุนิตา ยิ่งเมืองโจทก์นางอรนุช รัตนบำรุงจำเลย ป.รัษฎากร ม. 117, ม. 118หนังสือสัญญากู้เงินที่เป็นการรวมหนี้ที่จำเลยกู้ยืมเงินไปจากโจทก์หลายครั้งโดยผู้กู้และผู้ให้กู้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสัญญากู้ยืมเงิน เข้าลักษณะแห่งตราสารซึ่งต้องปิดอากรแสตป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้าย ป.รัษฎากร การขออนุญาตนำตราสารไปปิดอากรแสตมป์ให้บริบูรณ์ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 117 จะต้องกระทำก่อนหรือในขณะที่ได้นำตราสารนั้นมาอ้างเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งก่อนศาลชั้นต้นจะชี้ขาดตัดสินคดี การที่โจทก์ขออนุญาตปิดอากรแสตมป์ในหนังสือสัญญากู้เงินในชั้นอุทธรณ์จึงไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของโจทก์ ศาลฎีกาไม่อนุญาตโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2541 จำเลยยอมตกลงทำหนังสือสัญญารับสภาพหนี้กับโจทก์ โดยรับว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์จำนวน 78,000 บาท กำหนดชำระยอดเงินดังกล่าวคืนแก่โจทก์ภายในวันที่ 5 มกราคม 2542 และยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จำเลยลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในแบบพิมพ์หนังสือสัญญากู้ยืมเงิน แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ตามสัญญา โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย จำเลยต้องชำระเงิน 78,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันทำสัญญารับสภาพหนี้วันฟ้อง โจทก์ขอคิดเพียง 35,100 บาท รวมเป็นเงิน 113,100 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 113,100 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 78,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยเป็นหนี้โจทก์ ลายมือชื่อผู้กู้ในหนังสือสัญญากู้ยืมเงินที่โจทก์นำมาฟ้องไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 113,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จา