ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8892/2550

ประเด็นกฎหมาย

การกำหนดค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับปีภาษี 2547 โดยใช้ค่ารายปีของปี 2545 เป็นหลักตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 แล

หลักกฎหมาย

ค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 หมายถึงค่ารายปีของปีก่อนถัดจากปีที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำลังประเมิน ดังนั้น การประเมินค่ารายปีสำหรับปี 2546 เพื่อคำนวณภาษีปี 2547 ต้องนำค่ารายปีของปี 2545 มาเป็นหลัก

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 5,000 บาท แทนจำเลยทั้งสาม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเจ้าของอาคารห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่ดำเนินกิจการเอง หาค่าเช่าไม่ได้ โจทก์พอใจในการประเมินปีภาษี 2546 และชำระภาษีแล้ว ศาลภาษีอากรกลางกำหนดค่ารายปีและค่าภาษีปี 2547 เท่ากับปี 2546 โจทก์อ้างบันทึกข้อความกำหนดอัตราค่าเช่ามาตรฐานกลาง แต่ศาลเห็นว่าบันทึกดังกล่าวใช้กับอาคารที่ใช้เป็นที่ทำการ ไม่ใ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.วิ.พ. ม. 225
  • มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน
  • มาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8892/2550บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัดโจทก์กรุงเทพมหานคร กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม. 18 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม. 29 ป.วิ.พ. ม. 225 วรรคหนึ่งค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วที่ใช้เป็นหลักสำหรับการคำนวณค่าภาษีซึ่งจะต้องเสียในปีต่อมาตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 18 หมายความถึงค่ารายปีของปีก่อนถัดจากปีที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำลังประเมิน ดังนั้น การประเมินค่ารายปีสำหรับโรงเรือนพิพาทที่โจทก์ใช้ในปี 2546 เพื่อคำนวณภาษีซึ่งต้องชำระประจำปีภาษี 2547 จึงต้องนำค่ารายปีของปี 2545 ที่มีการชำระค่าภาษีประจำปีภาษี 2546 มาเป็นหลักในการคำนวณค่าภาษี ปัญหาว่าใบแจ้งคำชี้ขาดคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ชอบด้วย พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 หรือไม่ เมื่อศาลภาษีอากรกลางมิได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทนี้ไว้ในชั้นชี้สองสถานและโจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้าน ถือว่าโจทก์สละประเด็นดังกล่าวแล้ว อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์จึงมิใช่ข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลภาษีอากรกลาง และมิใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 29โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินของจำเลยที่ 1 และคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ให้จำเลยทั้งสามคืนเงินที่เรียกเก็บจากโจทก์เกินไปจำนวน 1,132,311.70 บาท ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง กับให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินดังกล่าวนับแต่วันที่เก