ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1606/2551

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับระยะเวลาการฟ้องคดีต่อศาลแรงงานตามมาตรา 87 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 และสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเมื่อ

หลักกฎหมาย

ระยะเวลาสามสิบวันตามมาตรา 87 วรรคสาม เป็นเพียงระยะเวลาที่กำหนดให้ฟ้องคดีต่อศาลแรงงาน ซึ่งศาลแรงงานมีอำนาจย่นหรือขยายได้ตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ เมื่อโจทก์ฟ้องสำนักงานประกันสังคมจังหวัดภายในสามสิบวัน ถือว่าได้นำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนดแล้ว การที่ศาลแรงงานภาค 3 อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและฟ้อ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 238/2548 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2548 และให้จำเลยจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเป็นเงิน 13,473 บาท แก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ไม่พอใจคำวินิจฉัยอุทธรณ์ จึงฟ้องสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครราชสีมาภายในสามสิบวัน ต่อมาทราบว่าจำเลยไม่มีฐานะนิติบุคคล จึงถอนฟ้องและฟ้องสำนักงานประกันสังคมใหม่ภายในสิบวัน และโจทก์ขึ้นทะเบียนที่สำนักจัดหางานจังหวัดในวันที่ 14 ตุลาคม 2547 ซึ่งเกินสามสิบวันนับแต่วันว่างงาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1606/2551นายธนัยชนม์ พัชร์ธราวัฒน์ หรือนายอรรถพล ชาวเรือหักโจทก์สำนักงานประกันสังคม จำเลย พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ม. 79, ม. 87 วรรคสาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 26 ป.วิ.พ. ม. 176 กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน พ.ศ.2547 ข้อ 1 (2), 2พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม กำหนดให้ผู้อุทธรณ์ที่ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ให้มีสิทธินำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้น กำหนดเวลาสามสิบวันดังกล่าวเป็นเพียงระยะเวลาที่กำหนดให้ฟ้องคดีต่อศาลแรงงานเพื่อโต้แย้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ซึ่งเป็นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 26 ที่ศาลแรงงานมีอำนาจย่นหรือขยายได้ตามความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เมื่อปรากฏว่าโจทก์ไม่พอใจคำวินิจฉัยอุทธรณ์จึงนำคดีไปสู่ศาลแรงงานภาค 3 โดยฟ้องสำนักงานประกันสังคมจังหวัดซึ่งเป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาคของจำเลยตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน พ.ศ.2545 เป็นจำเลยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย จึงเป็นการใช้สิทธิในการโต้แย้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์และได้ดำเนินการนำคดีไปสู่ศาลภายในสามสิบวันตามกฎหมายแล้ว ต่อมาโจทก์ทราบว่าจำเลยมิได้มีฐานะเป็นนิติบุคคล โจทก์จึงแถลงต่อศาลแรงงานภาค 3 ขอถอนฟ้องเพื่อจะได้ฟ้องจำเลยคดีนี้ให้ถูกต้องต่อไป และศาลแรงงานภาค 3อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องคดีเพื่อฟ้องเป็นคดีนี้ใหม่ และโจทก์ก็ได้นำคดีกลับมาฟ้องจำเลยใหม่ภายในสิบวันนับแต่วันที่ถอนฟ้องคดีเดิมโดยศาลแรงงานภาค 3 ได้รับคดีนี้ไว้พิจารณาพิพากษ