สิทธิเลือกเสียภาษีแยกต่างหากสำหรับเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้รับในปีภาษีถัดจากปีที่ได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้าง ตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎา
เงินชดเชยการเลิกจ้างและเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นเงินได้ที่จ่ายโดยผู้จ่ายคนละรายกัน จึงไม่เข้าข้อจำกัดตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) ข้อ 2 (ข) ที่ให้เลือกเสียภาษีตามมาตรา 48 (5) ได้เฉพาะเงินได้ที่จ่ายในปีภาษีแรกที่มีการจ่ายเงินได้เท่านั้น ดังนั้น เมื่อได้รับเงินจากกอ
โจทก์มีสิทธิเสียภาษีในเงินได้ที่จ่ายจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโนวาร์ตีสจำนวน 1,527,855 บาท ที่ได้รับในปีภาษี 2542 ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 48 (5) ได้ พิพากษากลับ ให้เพิกถอนหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของจำเลยที่ให้โจทก์เสียภาษี 205,098 บาท และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลย
โจทก์ถูกเลิกจ้างและได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้างจากนายจ้างในปีภาษี 2541 และได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากในปีภาษี 2542 ผู้จ่ายเงินทั้งสองประเภทไม่ใช่รายเดียวกัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2547นายอัษฎางค์ อนันตวราศิลป์โจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.รัษฎากร ม. 48 (5) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) โจทก์ได้รับเงินเพราะเหตุลาออกจากงาน 2 ประเภท ประเภทที่หนึ่งเป็นเงินชดเชยการเลิกจ้างที่นายจ้างโจทก์จ่ายให้โจทก์เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2541 ประเภทที่สองเป็นเงินที่จ่ายจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้โจทก์เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2542 ผู้จ่ายเงินจำนวนนี้เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ น. ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากไม่ใช่นายจ้างของโจทก์เป็นผู้จ่าย ดังนี้เงินชดเชยการเลิกจ้างกับเงินที่จ่ายจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพผู้ที่จ่ายเงินให้แก่โจทก์ไม่ใช่ผู้จ่ายรายเดียวกัน จึงไม่เข้าเงื่อนไขที่ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีตามมาตรา 48 (5) แห่ง ป.รัษฎากรฯ ได้เฉพาะเงินได้ที่จ่ายในปีแรกที่มีการจ่ายเงินได้เท่านั้นตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) ข้อ 2 (ข) ดังนั้น เมื่อโจทก์ได้รับเงินที่จ่ายจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในปีภาษี 2542 ซึ่งเป็นคนละปีกับที่โจทก์ได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้าง โจทก์จึงชอบที่จะนำเงินได้ที่จ่ายจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ น. จำนวน 1,527,855 บาท ที่ได้รับในปี 2542 มาเลือกเสียภาษีแยกต่างหากจากเงินได้อื่นตามมาตรา 48 (5) แห่ง ป.รัษฎากรฯ ได้โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์เป็นพนักงานของบริษัทโนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด ต่อมาวันที่ 30 ธันวาคม 2541 บริษัทโนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด เลิกจ้างโจทก์ โจทก์ได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้างจากบริษัทนายจ้างทันทีจำนวน 1,022,825 บาท หักภาษี ณ ที่จ่าย 40,191 บาท ต่อมาวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2542 โจทก์ได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโนวาร์ตีส ซึ่งจดทะเบียนแล้วจำนวน 1,527,855 บาท หักภาษี ณ