ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรวมทุนทรัพย์ฟ้องคดีและการชำระค่าขึ้นศาล
การที่โจทก์ให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินและให้กู้ยืมเงิน ล้วนแต่เป็นธุรกรรมเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งหลักทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 นำมาประกันก็ครอบคลุมหนี้ของจำเลยที่ 1 ทุกประเภท โจทก์จึงสามารถนำสินเชื่อทุกประเภทมารวมกันเป็นทุนทรัพย์ที่เรียกร้องฟ้องมาเป็นคดีเดียวกันได้ และ
พิพากษายืน ให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เรียกเก็บเกินจากสองแสนบาทในศาลชั้นต้นแก่โจทก์ ในศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกาแก่จำเลยทั้งสาม
โจทก์เป็นสถาบันการเงินประกอบธุรกิจปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกค้า โจทก์ให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินและให้กู้ยืมเงิน หลักทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 นำมาประกันครอบคลุมหนี้ของจำเลยที่ 1 ทุกประเภท โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นตามจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้องในอัตราสูงสุดตามตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ. ข้อ (1) ก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 107/2547ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)โจทก์บริษัทโอกิ อินดัสตรี้ จำกัด กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ.โจทก์เป็นสถาบันการเงินประกอบธุรกิจปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกค้า การที่โจทก์ให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินและให้กู้ยืมเงิน ล้วนแต่เป็นธุรกรรมเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งหลักทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 นำมาประกันก็ครอบคลุมหนี้ของจำเลยที่ 1 ทุกประเภท โจทก์จึงสามารถนำสินเชื่อทุกประเภทมารวมกันเป็นทุนทรัพย์ที่เรียกร้องฟ้องมาเป็นคดีเดียวกันได้ โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นตามจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้องในอัตราสูงสุดตามตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ. ข้อ (1) ก. จึงชอบแล้ว การที่ศาลชั้นต้นเรียกให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มเติมโดยแยกมูลหนี้แต่ละประเภท เป็นการเรียกเก็บค่าขึ้นศาลเกินกว่าที่จะต้องเสีย และการที่จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ฎีกาโดยเสียค่าขึ้นศาลเกินกว่าสองแสนบาทจึงเป็นการเสียค่าขึ้นศาลเกินกว่าที่จะต้องเสียเช่นกันโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 50,821,097.59 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 20.25 ต่อปี ของต้นเงิน 41,500,000 บาท โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดจำนวน 30,211,871.56 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 20.25 ต่อปี ของต้นเงิน 25,000,000 บาท ให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิด 20,609,226.03 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 20.25 ต่อปี ของต้นเงิน 16,500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์จนครบ จำเลยทั้งสามให้การว่า ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 49,882,334.22 บาท พ