สถาบันการเงินมีสิทธิคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี ตามประกาศกระทรวงการคลัง แม้มิได้ระบุอ้างประกาศในบัญชีระบุพยาน แต่ศาลรับฟังเพื่อประโยชน์แห่งความยุติ
แม้โจทก์มิได้ระบุอ้างประกาศกระทรวงการคลังในบัญชีระบุพยานอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 88 แห่ง ป.วิ.พ. แต่ประกาศดังกล่าวเป็นเอกสารทางราชการที่จำเลยสามารถตรวจสอบได้โดยไม่ยาก และจำเลยมีโอกาสถามค้านพยานโจทก์ จึงไม่เสียเปรียบ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลมีอำนาจรับฟังประกาศดังกล่าวได้ตามมาตรา 87 เมื่อจำเลยมิ
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
โจทก์เป็นธนาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นสถาบันการเงินตามมาตรา 3 (2) แห่ง พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523 โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.50 ต่อปี จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี เพราะมิได้นำสืบประกาศกระทรวงการคลังที่ให้อำนาจ โจทก์อ้างส่งป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6624/2550ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)โจทก์นายปราโมทย์ สัมพันธารักษ์จำเลย ป.พ.พ. ม. 654 ป.วิ.พ. ม. 87, ม. 88 พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523 ม. 3 (2), ม. 4, ม. 6 ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินอาจคิดได้จากผู้กู้ยืม พ.ศ.2535 พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินฯ มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินอาจคิดจากผู้กู้ยืมหรือคิดให้ผู้ให้กู้ยืมหรือคิดให้ผู้ให้กู้ยืมให้สูงกว่าอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีได้ และตามมาตรา 6 เมื่อรัฐมนตรีกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามมาตรา 4 แล้ว มิให้นำมาตรา 654 แห่ง ป.พ.พ. มาใช้บังคับแก่การคิดดอกเบี้ยของสถาบันการเงินที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา 4 โจทก์เป็นธนาคารพาณิชย์จึงเป็นสถาบันการเงินตามความในมาตรา 3 (2) แห่ง พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินฯ ข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์เป็นสถาบันการเงินที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้โจทก์เรียกจากผู้กู้ยืมได้เกินกว่าอัตราร้อยละ 15 ต่อปี หรือไม่ จึงเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทโดยตรง ประกาศกระทรวงการคลังเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินอาจคิดได้จากผู้กู้ยืมฯ ที่ให้โจทก์คิดดอกเบี้ยได้ในอัตราที่เกินกว่าอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จึงเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีที่โจทก์จะต้องนำสืบ การที่พยานโจทก์เบิกความว่า การคิดดอกเบี้ยและการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยตามสัญญากู้ยืมและสัญญาจำนองที่โจทก์ฟ้องเป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศธนาคารโจทก์ โดยอ้างส่งประกาศกระทรวงการคลังเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่สถาบ