ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 367/2547

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาประนีประนอมยอมความที่ลูกจ้างตกลงรับเงินและสละสิทธิเรียกร้องหลังลาออก ขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรื

หลักกฎหมาย

สัญญาประนีประนอมยอมความที่ลูกจ้างทำภายหลังลาออก โดยมีอิสระในการตัดสินใจ ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน มีผลบังคับได้ ไม่ตกเป็นโมฆะ

คำวินิจฉัย

ข้อตกลงตามเอกสารหมาย ล.7 ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน มีผลใช้บังคับได้ ไม่ตกเป็นโมฆะ พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ลาออกจากงานและตกลงรับเงินผลประโยชน์พิเศษ 500,000 บาท พร้อมลงนามในเอกสารว่าไม่เรียกร้องสิทธิใด ๆ ที่เกิดขึ้นในหรือก่อนวันที่ 9 มีนาคม 2544 ต่อมาโจทก์ฟ้องเรียกค่าสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 367/2547นางรัชนี เองปัญญาเลิศโจทก์บริษัทธิสเซ่นลิฟท์แอนด์เอสคาเลเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 150, ม. 850 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เอกสารที่ทำขึ้นระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสามระบุว่า โจทก์ลาออกจากงานตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2544 โดยจำเลยทั้งสามจ่ายเงินผลประโยชน์พิเศษให้จำนวน 500,000 บาท และโจทก์จะไม่เรียกร้องสิทธิใด ๆ ที่เกิดขึ้นในวันที่หรือก่อนวันที่ 9 มีนาคม 2544 นั้น มีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ และโจทก์ตกลงกับจำเลยทั้งสามตามข้อตกลงดังกล่าวโดยลงลายมือชื่อยอมรับภายหลังจากที่โจทก์แสดงความประสงค์จะลาออกจากการเป็นพนักงานของจำเลยที่ 3 แล้ว โจทก์ย่อมมีอิสระที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของตนเองได้ ข้อตกลงตามเอกสารดังกล่าวจึงไม่ขัดต่อ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ และไม่ข้ดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน มีผลบังคับได้ ไม่ตกเป็นโมฆะโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าสิทธิประโยชน์อันเกิดจากการทำงานให้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 2,159,750 บาท จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 415,624.75 บาท และจำเลยที่ 3 ชำระเงินจำนวน 90,373.39 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หรือให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 2,665,748.14 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การทำนองเดียวกันว่า ...เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2544 โจทก์ตกลงรับเงินผลประโยชน์พิเศษจากจำเลยทั้งสามรวมเป็นเงินจำนวน 500,000 บาท และจะไม่เรียกร้องเงินค่าจ้างหรือสิทธิประโยชน์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานที่มีอยู่ในหรือก่อนวันที่ 9