ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2980/2547
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2980/2547พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ผู้ร้องนายสมปอง นุกูลธรรมผู้ต้องหา ป.วิ.อ. ม. 237 ทวิก่อนฟ้องคดีต่อศาล เมื่อมีเหตุดังที่ระบุไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 237 ทวิ วรรคแรก พนักงานอัยการย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องเพื่อให้ศาลมีคำสั่งสืบพยานนั้นไว้ทันทีก็ได้ โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นกรณีที่ผู้ที่ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่หรือไม่ ประกอบกับ ป.วิ.อ. มาตรา 237 ทวิ วรรคสี่ ก็ให้ศาลสามารถมีคำสั่งอนุญาตให้สืบพยานและอ่านคำเบิกความของพยานให้พยานฟังนั้นฟังได้แม้ผู้ต้องหาจะไม่ถูกจับกุมหรือถูกควบคุมตัวอยู่คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธร อำเภอโกรกพระ ได้นำหมายค้นไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 195/1 หมู่ที่ 3 ตำบลโกรกพระของผู้ต้องหา พบมีคนต่างด้าวสัญชาติพม่าอาศัยอยู่ที่ 6 คน จึงจับกุมคนต่างด้าวส่งพนักงานสอบสวน คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนความผิดของผู้ต้องหาและยังมิได้ตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีเนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี โดยที่พยานสำคัญในคดีนี้ต้องถูกผลักดันออกนอกราชอาณาจักร จึงเป็นการยากที่จะนำพยานดังกล่าวมาสืบในภายหน้า ผู้ร้องจึงขอให้ศาลสืบพยานดังกล่าวไว้ก่อนฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ต้องหายังไม่ถูกควบคุมอยู่ในอำนาจพนักงานสอบสวน กรณีจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะสืบพยานก่อนฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 237 ทวิ วรรคแรก ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า การขอสืบพยานไว้ก่อนต้องกระทำโดยเปิดเผยต่อหน้าผู้ต้องหา เมื่อคดีนี้ผู้ร้องยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหา กรณียังไม่อาจขอสืบพยานไว้ก่อนได้ ที่ศาลชั้นต้นยกคำขอของผู้ร้องชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ประมวลกฎหมายวิธีพ