ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1214/2547

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1214/2547นายสกล ลิ้มวิวัฒน์กุลโจทก์นายสมชาย แซ่ซึง กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 910, ม. 989, ม. 1002อายุความเช็คต้องนับแต่วันที่ลงในเช็คไม่ใช่นับแต่วันมอบเช็คให้ เมื่อขณะที่โจทก์รับมอบเช็ค เช็คยังไม่ลงวันที่ โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายกระทำการโดยสุจริตชอบที่จะลงวันที่ออกเช็คตามที่ถูกต้องแท้จริงลงในเช็คได้ตาม ป.พ.พ. มารตรา 910 ประกอบมาตรา 989 เมื่อนับจากวันที่ซึ่งปรากฏในเช็คถึงวันฟ้องไม่เกินหนึ่งปี คดีจึงไม่ขาดอายุความโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คจำนวน 60,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 60,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คสั่งจ่ายแก่ผู้ถือ ไม่ลงวันที่ มีจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่าย จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสลักหลังให้โจทก์เพื่อชำระหนี้เงินยืม ภายหลังโจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้เงินยืมแล้วจำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึงลงวันที่ในเช็คพิพาทนำไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารเช็คปฏิเสธการจ่าย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ประการแรกว่าหนี้ตามเช็คพิพาทระงับเพราะเหตุชำระหนี้แล้วหรือไม่ จำเลยที่ 2 เบิกความว่าจำเลยที