ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1714/2547

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1714/2547พลตำรวจตรีเชิดชาย วัฒนสิน โดยนางวิไลวรรณ วัฒนสิน ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์นายปรีชา พุกประเสริฐจำเลย ป.วิ.พ. ม. 79การที่ ส. ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายความนั้น ศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำสั่งอนุญาต ทนายจำเลยจึงยังมีฐานะเป็นคู่ความอยู่ แม้หลังจากนั้น ส. ไม่ได้ติดต่อกับจำเลยอีก ก็ไม่ทำให้ ส. พ้นจากการเป็นทนายความของจำเลย เมื่อเจ้าพนักงานศาลนำหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปส่งให้ ส. โดยวิธีปิดหมาย จึงเป็นการส่งหมายนัดโดยชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 วรรคหนึ่ง ถือว่า ส. ทนายจำเลยทราบกำหนดนัดแล้ว แม้จะมีการส่งหมายนัดไปให้จำเลยจะมิชอบ ก็ไม่เป็นผลให้การส่งหมายนัดให้ทนายจำเลยไม่ชอบไปด้วยคดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2542 ครั้นถึงวันนัดคู่ความไม่มาศาล ศาลชั้นต้นจึงได้จดแจ้งไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่า นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไม่มีคู่ความมาศาล งดอ่านแต่ถือว่าคู่ความทราบคำพิพากษาแล้ว ต่อมาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2544 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยเพิ่งทราบว่าศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาแล้วเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2543 เนื่องจากปรากฏว่าเจ้าพนักงานศาลได้นำหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปปิดที่เขตบางพลัดอันเป็นทะเบียนบ้านกลาง ซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลย ความจริงแล้วจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 123/5 หมู่ที่ 5 ตำบลบางกะดี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี การส่งหมายนัดดังกล่าวจึงเป็นไปโดยมิชอบ ทำให้จำเลยเสียสิทธิในการยื่นฎีกา ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องและมีคำส