ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2927/2547นางสุนีย์ อินฉัตรโจทก์นายถาวร พิชะยะ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 456 วรรคสอง, ม. 798 ป.วิ.พ. ม. 142 (5)จำเลยทั้งสองให้การรับว่าได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับโจทก์จริง แต่อ้างว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จึงไม่มีประเด็นเรื่องโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลยทั้งสองและไม่มีอำนาจฟ้อง แม้เรื่องอำนาจฟ้องจะเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ก็ตาม แต่คดีนี้จำเลยทั้งสองรับว่าได้วางมัดจำไว้ตามสัญญาจะซื้อจะขายจำนวน 100,000 บาท ซึ่ง ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง ระบุว่าสัญญาจะซื้อจะขายหากมีการวางมัดจำไว้แล้ว แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ฟ้องร้องให้บังคับคดีกันได้ ดังนั้น การตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจของโจทก์ในการทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ที่ได้วางมัดจำไว้แล้วแม้โจทก์จะไม่ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้บริษัท ส. ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับจำเลยทั้งสอง โจทก์ก็มีอำนาจฟ้อง กรณีไม่ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 798โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2531 จำเลยทั้งสองร่วมกันทำสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 2 คูหา ในโครงการ ส. แลนด์แอนด์เฮาส์ พัทยาใต้ หมู่ที่ 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ของโจทก์กับบริษัทสมจิตรแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้เป็นผู้ทำสัญญากับจำเลยทั้งสองแทนโจทก์ในราคา 3,000,000 บาท วันทำสัญญาจำเลยทั้งสองชำระเงินมัดจำจำนวน 100,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระเป็น 5 งวด งวดที่ 5 จำเลยทั้งสองต้องชำระให้โจทก์จำนวน 2,000,000 บาท โจทก์จะทำการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยทั้งสอง หากจำเลยทั้งสองผิดนัดถือว่าสัญญาเลิกกัน จำเลยทั้งสอ