ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3675/2547นางอรทัย แก้วปัญญา หรือบุญญาจันทร์ผู้ร้องร้อยตำรวจตรีสวัสดิ์ จันทร์เจริญผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1671พินัยกรรมที่ทำขึ้นขัดต่อบทบัญญัติกฎหมายที่จะทำให้พินัยกรรมเป็นโมฆะนั้น ป.พ.พ. มาตรา 1705 บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วว่ามีกรณีใดบ้างที่เป็นโมฆะ แต่มิได้บัญญัติให้พินัยกรรมที่ไม่ลงลายมือชื่อผู้เขียน (หรือผู้พิมพ์) ในกรณีที่ผู้เขียนมิใช่ผู้ทำพินัยกรรม กล่าวคือทำไม่ถูกต้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 1671 ตกเป็นโมฆะ ฉะนั้นเมื่อขณะทำพินัยกรรมในคดีนี้มีพยานในพินัยกรรมทั้งสี่คนอยู่พร้อมกันและผู้ตายลงลายมือชื่อในพินัยกรรมต่อหน้าพยาน 2 คน พินัยกรรมดังกล่าวจึงถูกต้องตามแบบที่ ป.พ.พ. มาตรา 1656 กำหนดไว้ และมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นทายาทโดยเป็นผู้รับพินัยกรรมของนางบัวศรี จันทร์เจริญ ซึ่งถึงแก่ความตายด้วยโรคชราที่บ้านเลขที่ 31 ถนนยุทธภัณฑ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี โดยไม่ได้แต่งตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกไว้ ขณะมีชีวิตมีที่ดินหลายแปลงและทรัพย์สินอื่นหลายรายการ ผู้ร้องได้ติดต่อกับเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขอโอนที่ดินมาแบ่งปันระหว่างทายาทแต่เจ้าพนักงานที่ดินไม่จัดการให้ ผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายที่จะเป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ศาลแต่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางบัวศรี จันทร์เจริญ ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านขอให้มีคำสั่งเพิกถอนพินัยกรรม และยกคำร้องขอของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางอรทัย แก้วปัญญาหรือบุญญาจันทร์ ผู้ร้อง เป็นผู้จัดการมรดกของนางบัวศรี จันทร์เจริญ ผู้ตาย ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีก