ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณา และความชอบของคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 ที่มิได้แสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัย
คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ตามตาราง 1 (2) (ข) ท้าย ป.วิ.พ. ซึ่งต้องทำเป็นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 และชอบที่ศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยโดยทำเป็นคำพิพากษา มิใช่ทำเป็นคำสั่ง การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งโดยมิได้แสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยทั้งปวงเป็นการไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 14
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของโจทก์ทั้งสองตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินสวนยางพาราและเรียกค่าเสียหาย ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์โดยให้จำเลยวางเงินเดือนละ 325,500 บาท ศาลชั้นต้นยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งให้คุ้มครองโดยให้จำเลยวางเงินเดือนละ 250,000 บาท โดยมิได้แสดงเหตุผล จำเลยฎีกา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3474/2551นายเกียรติชัย งานทวี และนางสกุณี งานทวี ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายชัยสิน งานทวี กับพวกโจทก์บริษัทงานทวีพี่น้อง จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. ม. 141 (4), ม. 223, ม. 228 (2), ม. 243, ม. 246, ม. 247, ม. 264, ตาราง 1 (2) (ข)โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินสวนยางพาราของโจทก์ทั้งสอง ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณา โดยให้จำเลยนำเงินมาวางศาลทุกเดือนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 228 (2) ตอนท้าย เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ตามตาราง 1 (2) (ข) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งต้องทำเป็นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 และชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 จะได้วินิจฉัยโดยทำเป็นคำพิพากษา มิใช่ทำเป็นคำสั่ง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งให้คุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ทั้งสองในระหว่างการพิจารณา ทั้งมิได้แสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยทั้งปวง เป็นการไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 141 (4) ประกอบด้วยมาตรา 246 คำสั่งดังกล่าวจึงไม่ชอบ แต่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองและจำเลยต่างนำพยานหลักฐานเข้าสืบในชั้นไต่สวนจนเสร็จสิ้นแล้ว เพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาพิพากษาคดี ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาพิพากษาใหม่คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินสวนยางพาราของโจทก์ทั้งสอง กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองจำนวน 3,532,846 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล