ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4004/2547

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4004/2547บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหาสมุทร จำกัด โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้เข้าว่าคดีแทนโจทก์นายพงษ์ศักดิ์หรือพงศ์ศักดิ์ โชติธาดาจำเลย ป.วิ.พ. ม. 87 (2), ม. 88, ม. 90วิธีการนำสืบพยานหลักฐานในคดีล้มละลายนั้น พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 153 (เดิม) ซึ่ง จาก ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2) และ พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 14 แสดงว่า เพื่อให้ศาลพิจารณาให้ได้ความจริง และจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญ ซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 88 กฎหมายให้ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้ และการที่จำเลยนำสืบพยานเอกสารซึ่งเป็นสำเนาสมุดเงินฝากออมทรัพย์ของจำเลยโดยมิได้ยื่นบัญชีระบุพยาน และมิได้ส่งสำเนาบัญชีระบุพยานให้แก่โจทก์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 ก็เพื่อหักล้างคำพยานโจทก์ที่นำสืบถึงพฤติการณ์ของจำเลยที่กฎหมายสันนิษฐานว่า มีหนี้สินล้นพ้นตัว และให้เห็นว่าตนมีเงินซึ่งพอชำระหนี้ได้ทั้งหมดหรือไม่ควรตกเป็นบุคคลล้มละลายอันถือได้ว่าเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี ศาลล่างทั้งสองจึงมีอำนาจที่จะรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวได้โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความจำนวน 20,569,457.75 บาท และตามสัญญานายหน้าตัวแทนและบัญชีเดินสะพัดจำนวน 5,833,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงินดังกล่าวในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี นับแต่วันที่ 23 กันยายน 2538 และนับแต่วันที่ 8 มีนาคม 2539 ตามลำดับ จนกว่าจะชำระเสร็จ อันเป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนไม่น้อยกว่า 50,000 บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว