การกระทำก่อนสมัครรับเลือกตั้งแต่หลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ถือเป็นการกระทำของผู้สมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 53 หรือไม่ และการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง
การกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งส่งผลกระทบต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มิใช่เรื่องเฉพาะบุคคล ผู้ร้องมีอำนาจสืบสวนสอบสวนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 (5) และระเบียบฯ การถอนคำร้องคัดค้านไม่ใช่เงื่อนไขเด็ดขาดที่ผู้ร้องต้องอนุญาต ผู้สมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 53 หมายรวมถึงผู้ที่กระทำก่อนสม
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งวินิจฉัยว่า การกระทำของผู้คัดค้านที่ 1 เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านที่ 1 และสั่งให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 3 ใหม่
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2550 กลุ่มกำนัน 10 คนจากอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เดินทางไปกรุงเทพมหานคร พบและพูดคุยกับผู้คัดค้านที่ 1 ที่โรงแรม โดยมีนายบรรจงและดาบตำรวจมานิตย์ร่วมเดินทาง ต่อมาผู้คัดค้านที่ 1 สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน และผู้คัดค้านที่ 2 สมัครรับเลือกตั้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5019/2551คณะกรรมการการเลือกตั้งผู้ร้องนายยงยุทธ ติยะไพรัช กับพวกผู้คัดค้าน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ม. 236 (5) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2550 ม. 8 วรรคสอง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 ม. 53 ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน สอบสวนและการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2550 ข้อ 42,, 59การกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งซึ่งทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมมิได้มีผลเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใดผู้หนึ่ง หรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หากความปรากฏต่อผู้ร้องว่ามีการกระทำใดอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งเกิดขึ้นไม่ว่าจะโดยผู้ร้องเห็นเองหรือมีการยื่นคำร้องคัดค้านต่อผู้ร้องก็ตาม ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ควบคุมและดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมย่อมมีอำนาจดำเนินการให้มีการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 236 (5) และตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน สอบสวนและการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2550 ได้ การถอนคำร้องเรื่องคัดค้านของผู้คัดค้านการเลือกตั้งจึงมิใช่เงื่อนไขเด็ดขาดให้ผู้ร้องต้องใช้ดุลพินิจอนุญาตเสมอไป การที่ผู้ร้องไม่อนุญาตให้ ว. ถอนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งและยังคงดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป