ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8224/2547

ประเด็นกฎหมาย

อุทธรณ์ของจำเลยที่โต้แย้งว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 เป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือไม่ และจำเลยต้อ

หลักกฎหมาย

อุทธรณ์ที่โต้แย้งว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วยกฎหมายและขอให้กลับหรือแก้คำพิพากษา โดยมิได้ขอให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดี ถือเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท แต่อุทธรณ์ดังกล่าวมีผลกระทบต่อคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยจึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์มาเสียเพิ่ม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 21,323,232.10 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์โต้แย้งว่าคำพิพากษาไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 เพราะไม่วินิจฉัยประเด็นอำนาจฟ้อง โดยขอให้ศาลอุทธรณ์กลับหรือแก้คำพิพากษา แต่มิได้ขอให้ตนชนะคดี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8224/2547ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)โจทก์นายสมชาย วินิจธนกิจจำเลย ป.วิ.พ. ม. 142, ม. 229, ตาราง 1ตามอุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้แย้งว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 เพราะไม่ได้วินิจฉัยประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ ซึ่งจำเลยได้ให้การต่อสู้คดีเป็นประเด็นไว้แล้วและขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษากลับหรือแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังกล่าว เพื่อให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป โดยจำเลยมิได้ขอให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดี อุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ตามบัญชีท้าย ป.วิ.พ. ตาราง 1 ข้อ 2 (ก) จำเลยต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท การที่จำเลยอุทธรณ์ว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 และขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษากลับหรือแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังกล่าวนั้น ย่อมมีผลโดยตรงต่อคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพราะจะทำให้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นสิ้นผลบังคับไปในตัว แม้จำเลยเลือกที่จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นทุกประเด็นรวมถึงประเด็นที่เกี่ยวกับการชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นสิทธิของจำเลยที่อาจกระทำได้โดยชอบ แต่การที่จำเลยอุทธรณ์เช่นนี้ย่อมมีผลกระทบต่อคำพิพากษาของศาลชั้นต้นด้วย จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 และกรณีเป็นเพียงการวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนพร้อมอุทธรณ์ตามกฎหมาย หาใช่การชำระค่าฤชาธรรมเนียมหรือการชำระหนี้ตามคำพิพากษาไม่คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 21,323,232.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 16,940,186.41 บาท นับถัดจา