ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1141 - 1142/2529

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างเมื่อสัญญาจ้างครบกำหนดแล้วแต่ลูกจ้างยังทำงานต่อไป ถือเป็นการเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลาหรือไม่

หลักกฎหมาย

การเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลาตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 46 วรรคสาม หมายถึงการเลิกจ้างในวันที่ครบกำหนดตามสัญญาจ้างเท่านั้น เมื่อสัญญาจ้างครบกำหนดแล้วนายจ้างมิได้เลิกจ้างลูกจ้าง กลับให้ทำงานต่อไปและจ่ายค่าจ้าง ถือว่าได้ทำสัญญาจ้างกันใหม่โดยความอย่างเดียวกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 581 การเลิกจ้างในระหว่างอายุข

คำวินิจฉัย

จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

สัญญาจ้างฉบับสุดท้ายครบกำหนดในวันที่ 20 เมษายน 2528 แต่จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ในวันดังกล่าว กลับให้โจทก์ทำงานต่อไปและยินยอมจ่ายค่าจ้าง ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์ในวันที่ 24 เมษายน 2528 ซึ่งอยู่ในระหว่างอายุของสัญญาจ้างใหม่

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1141 - 1142/2529นาย โกมล คำสนอง กับพวกโจทก์บริษัท ไทยอินเตอร์คอนชิปปิ้ง จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 581, ม. 582 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46กรณีที่สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนการเลิกจ้างซึ่งจะถือว่าเป็นการเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลาตามความในประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ46วรรคสามซึ่งจะทำให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยนั้นได้แก่การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างในวันที่ครบกำหนดตามสัญญาจ้างหรือเลิกจ้างในวันที่ระยะเวลาที่ได้ตกลงว่าจ้างสิ้นสุดลงมิได้หมายความว่าเมื่อครบกำหนดตามสัญญาจ้างแล้วนายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างเมื่อใดก็ได้เมื่อสัญญาจ้างฉบับสุดท้ายครบกำหนดในวันที่20เมษายน2528จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์โดยให้โจทก์ทำงานกับจำเลยทั้งยินยอมจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ต้องถือว่าโจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาจ้างกันใหม่โดยความอย่างเดียวกันกับสัญญาเดิมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา581การที่สัญญาจ้างครบกำหนดในระหว่างที่โจทก์ทำงานอยู่บนเรือนั้นไม่ใช่เหตุซึ่งจะทำให้จำเลยไม่สามารถเลิกจ้างโจทก์ไม่ได้ดังนั้นเมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่24เมษายน2528ซึ่งอยู่ในระหว่างอายุของสัญญาจ้างใหม่จึงต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า.โจทก์ ฟ้อง เป็น คดี สอง สำนวน ว่า โจทก์ เข้า ทำงาน เป็น ลูกจ้างประจำ ของ จำเลย รวม สอง ช่วง ช่วง แรก จำเลย เลิกจ้าง โจทก์ โดย โจทก์ไม่ มี ความผิด เป็น การ เลิกจ้าง ไม่ เป็น ธรรม ช่วง ที่ สอง โจทก์เข้า ทำงาน เป็น ลูกจ้าง ของ จำเลย เมื่อ วันที่ 20 เมษายน 2527ได้ รับ ค่าจ้าง อัตรา สุดท้าย เดือน ละ 5,059 บาท ต่อมา วันที่ 24เมษายน 2528 จำเลย เลิกจ้าง โจทก์ อีก โดย โจทก์ ไม่ มี ความผิด เป็นกา