ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1229/2551

ประเด็นกฎหมาย

สถานประกอบการถาวรของธนาคารต่างประเทศในประเทศไทยสามารถนำค่าใช้จ่ายในการบริหารและการจัดการทั่วไปที่สำนักงานใหญ่ในต่างประเทศเฉลี่ยมาให้มาหักเป็นรายจ่ายใน

หลักกฎหมาย

ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 มาตรา 3 หากข้อตกลงตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนขัดแย้งกับบทบัญญัติในประมวลรัษฎากร ให้ถือตามความตกลงดังกล่าว ซึ่งข้อ 7 (3) ของความตกลงฯ ระบุให้ยอมให้หักค่าใ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง โดยให้เพิกถอนการประเมินเฉพาะส่วนที่ประเมินว่าโจทก์มีรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (14) เป็นจำนวนเงิน 19,924,063.87 บาท และ 28,006,115.86 บาท ตามลำดับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นธนาคารต่างประเทศ มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย โจทก์นำรายจ่ายจำนวน 19,924,063.87 บาท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2533 และจำนวน 28,006,115.86 บาท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2534 ที่สำนักงานใหญ่ในประเทศเยอรมนีและสำนักงานภูมิภาคที่สิงคโปร์เฉลี่ยมา มาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ เจ้าพนักงาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1229/2551ธนาคารดอยซ์แบงก์โจทก์กรมสรรพากร จำเลย ป.รัษฎากร ม. 65 ตรี (14), ม. 70 ทวิ พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2505 มาตรา 3 บัญญัติให้ยกเว้นภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรแก่บุคคลตามสัญญา ว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่รัฐบาลไทยได้ทำไว้หรือจะได้ทำกับรัฐบาลต่างประเทศ ดังนั้น หากข้อตกลงตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้และจากทุนขัดแย้งกับบทบัญญัติใน ป.รัษฎากร จะต้องถือตามความตกลงดังกล่าวซึ่งเป็นข้อยกเว้นของบทบัญญัติตาม ป.รัษฎากร เมื่อความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีดังกล่าว ข้อ 7 (3) ระบุว่า "ในการกำหนดกำไรของสถานประกอบการถาวรให้ยอมให้หักค่าใช้จ่ายซึ่งมีขึ้นเพื่อสถานประกอบการนั้น รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการบริหารและการจัดการทั่วไปไม่ว่าจะมีขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญาที่สถานประกอบการถาวรนั้นตั้งอยู่หรือที่อื่น" ข้อตกลงดังกล่าวมีความหมายว่า นอกจากค่าใช้จ่ายซึ่งมีขึ้นเพื่อสถานประกอบการถาวรที่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้แล้ว ยังสามารถนำค่าใช้จ่ายในการบริหารและการจัดการทั่วไปไม่ว่าจะมีขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญาที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่หรือที่อื่น ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของวิสาหกิจทั้งหมดไม่ใช่เฉพาะสถานประกอบการถาวรที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น เพราะหากตีความว่าแม้เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารและการจัดการทั่วไปก็ต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่มีขึ้นเพื่อสถานประกอบการถาวรเท่านั้นแล้ว ข้อตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนก็ไม่