ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4553/2544ส้มจีน อุณหะนันทน์ มูลนิธิโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.พ.พ. ม. 379 ป.รัษฎากร ม. 27, ม. 39, ม. 65 ทวิประมวลรัษฎากร มาตรา 39 บัญญัติคำว่า "ขาย" ให้หมายความรวมถึง ขายฝาก แลกเปลี่ยน ให้ โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าด้วยวิธีใด และไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ ดังนั้น แม้โจทก์จะทำสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินกับผู้อื่นก็มีผลเท่ากับโจทก์ขายที่ดินนั่นเอง จึงต้องถือราคาขายที่ดินเป็นเงินได้ของโจทก์ มิใช่ถือเอาเฉพาะเงินบริจาคบำรุงมูลนิธิโจทก์ที่โจทก์ได้รับมาเป็นรายได้ ที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนดราคาขายตามราคาตลาดในวันที่ดินโอนที่ดินโดยอาศัยอำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) จึงชอบแล้ว เงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากรเกิดขึ้นโดยผลของกฎหมายมิได้เกิดจากข้อสัญญาที่ลูกหนี้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้ จึงมิใช่เบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ศาลจะใช้ดุลพินิจลดลงได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ดำเนินกิจการให้เช่าที่ดินเพื่อเก็บผลประโยชน์บำรุงการศึกษาบาลีของภิกษุสามเณร เดือนกรกฎาคม 2535 บริษัทกรีนทาวน์เรียลเอสเตท จำกัด ผู้เช่าที่ดินโฉนดเลขที่ 365 ของโจทก์เสนอขอแลกเปลี่ยนที่ดินเฉพาะส่วนที่เช่า เนื้อที่ 178 ไร่ 49 ตารางวาโดยจัดหาที่ดินใหม่ให้โจทก์เนื้อที่ 250 ไร่ 19 ตารางวา และบริจาคเงินบำรุงมูลนิธิโจทก์อีกจำนวน 10,000,000 บาท โจทก์กับบริษัทกรีนทาวน์เรียลเอสเตท จำกัด ได้โอนกรรมสิทธิ์แลกเปลี่ยนที่ดินต่อกันเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2535 ต่อมาเดือนธันวาคม 2535 โจทก์ได้แลกเปลี่ยนที่ดินโฉนดเลขที่ 366 กับที่ดินของบริษัทยูพี พรอพเบอร์ตี้จำกัด โดยรับเงินบำรุงเป็นค่าตอบแทนจำนวน 5,500,000 บาท ต่อมาวันที่ 15 มิถุนายน 2541 โจทก์ได้รับหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิต