ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6220/2550

ประเด็นกฎหมาย

คำพิพากษาที่ถึงที่สุดในคดีก่อนผูกพันคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีใหม่ในประเด็นเดียวกันอีก

หลักกฎหมาย

คำพิพากษาที่ถึงที่สุดย่อมผูกพันคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง คู่ความจะกล่าวอ้างหรือโต้เถียงข้อเท็จจริงให้แตกต่างไปจากเดิมไม่ได้ แม้ผู้ค้ำประกันซึ่งมิได้เป็นคู่ความในคดีก่อนก็ต้องผูกพันด้วย

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์ และคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกินให้แก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์และจำเลยที่ 1 เคยเป็นคู่ความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 28326/2541 ซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเช่าซื้อ และให้โจทก์รับรถคืนในสภาพปัจจุบัน ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามในคดีนี้โดยอ้างสัญญาเช่าซื้อเดียวกันอีก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6220/2550บริษัททรู-เวย์ จำกัดโจทก์นายเสนาะ นักกันต์ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 145, ม. 150, ตาราง 1โจทก์และจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่างเป็นคู่ความในคดีแพ่งอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าวได้วินิจฉัยแล้วว่าจำเลย (โจทก์ในคดีนี้) เป็นฝ่ายผิดสัญญาเช่าซื้อและพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ (จำเลยที่ 1 ในคดีนี้) โดยรับรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนไปในสภาพปัจจุบัน คดีถึงที่สุดแล้ว คำพิพากษาของศาลในคดีดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์และจำเลยทั้งสามในคดีนี้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง โจทก์จะกล่าวอ้างหรือโต้เถียงให้ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงให้แตกต่างไปจากเดิมไม่ได้ แม้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจะไม่ได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าวด้วย เมื่อเป็นกรณีคำพิพากษาผูกพันคู่ความแล้วก็ต้องฟังว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเช่าซื้อ ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้เพื่อให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้ออีก โจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่กำหนดให้จำเลยทั้งสามรับผิดชำระค่าเสียหาย 1,090,000 บาท แต่มาฎีกาโต้แย้งเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง การคำนวณทุนทรัพย์เพื่อเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาจึงต้องคำนวณจากทุนทรัพย์ 1,090,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่คู่ความยังโต้แย้งกันอยู่โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2537 จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์หมายเลขทะเบียน 7 ฐ-0603 กรุงเทพมหานคร จากโจทก์ในราคา 2,757,009.23 บาท ตกลงชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์เป็นรายเดือน เดือนละ 46,728.97 บาท รวม 59 เดือน โดยมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 32 โจ