ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8335/2547

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.อ. ม. 2
  • ม. 4
  • มาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8335/2547พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายอึ้ง ยู โธจำเลย ป.อ. ม. 2, ม. 4ขณะที่เจ้าพนักงานตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษ จำเลยลงจากเครื่องบินมาอยู่ในอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานกรุงเทพ เพื่อจะไปขึ้นเครื่องบินอีกลำหนึ่ง จำเลยจึงเข้ามาในราชอาณาจักรไทยแล้ว เมื่อจำเลยมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งตามกฎหมายไทยบัญญัติว่าเป็นความผิด จำเลยจึงเป็นผู้กระทำความผิดในราชอาณาจักรต้องรับโทษตามกฎหมายไทยตาม ป.อ. มาตรา 4โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66 และ 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80 และ 91 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามี 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสอง และ 102 จำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 โดยให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี ริบ 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนและสายรัดของกลาง ส่วนข้อหาและคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดในราชอาณาจักรไทยหรือไม่ โจทก์มีนายอนันต์และนายธรรมรัฐเป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่า ขณะที่นายอนันต์และนายธรรมรัฐสังเกตการณ์อยู่ที่ทางออกประตูหมายเลข 26 เห็นจำเลยเดินออกมา