ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8999/2550

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8999/2550กรมสรรพากรโจทก์นายสถิตย์ ศรีเปาระยะ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 237, ม. 1378จำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด น. โอนการครอบครองที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยที่ 1 ให้แก่ ค. ตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาท ต่อมา ค. ได้โอนการครอบครองให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรตั้งแต่ปี 2523 จำเลยที่ 2 จึงได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทก่อนที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด น. จะได้รับแจ้งการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกรมสรรพากรโจทก์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2542 จึงเป็นการกระทำโดยสุจริต ส่วนการที่จำเลยที่ 1 เพิ่งจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ภายหลังก็เพียงเพื่อมีชื่อผู้เป็นเจ้าของถูกต้องตามทะเบียน นิติกรรมที่จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 จึงไม่ได้เกิดจากการฉ้อฉล โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยทั้งสองโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นกรมในรัฐบาล สังกัด กระทรวงการคลัง มีอำนาจหน้าที่ประเมินและจัดเก็บภาษีตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายอื่นที่ให้อำนาจไว้ อธิบดีกรมสรรพากรเป็นผู้กระทำการแทนโจทก์ มีร้อยเอกสุชาติเป็นอธิบดี ร้อยเอกสุชาติมอบอำนาจให้ดำรงตำแหน่งสรรพากรภาค 11 มีอำนาจลงนามฟ้องคดีแพ่งในมูลคดีที่เกิดขึ้นในเขตรับผิดชอบของสำนักงานสรรพากรภาค 11 จำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดนำสถิตย์การก่อสร้างพิปูน ซึ่งเป็นลูกหนี้ค้างชำระค่าภาษีอากรของโจทก์โดยเจ้าหน้าที่ประเมินมีหนังสือแจ้งให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดนำสถิตย์การก่อสร้างพิปูนทราบ แต่มิได้ชำระหนี้ภาษีอากรดังกล่าว ต่อมาวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2543 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ใช้อำนาจตามประมวลกฎหมาย