ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4266/2548

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4266/2548บริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)โจทก์สิบตำรวจโทเด่น ทนโคกสูงจำเลย ป.วิ.พ. ม. 4 (1) ป.พ.พ. ม. 650 วรรคสองจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการเสนอคำขอสินเชื่อไปยังสำนักงานของโจทก์ ซึ่งตั้งอยู่ที่แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร และอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้น (ศาลแขวงพระโขนง) เมื่อโจทก์พิจารณาอนุมัติเงินกู้ให้จำเลยที่สำนักงานโจทก์แล้ว โจทก์ได้โอนเงินกู้เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของบัญชี กรณีจึงถือได้ว่า โจทก์ได้ส่งมอบเงินกู้ให้แก่จำเลยอันจะมีผลทำให้สัญญากู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยบริบูรณ์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 650 วรรคสอง ถือว่าสำนักงานของโจทก์ซึ่งเป็นสถานที่ที่พิจารณาอนุมัติเงินกู้และส่งมอบเงินกู้เป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดขึ้นอีกแห่งหนึ่งด้วย เมื่อสำนักงานของโจทก์อยู่ในเขตศาลชั้นต้นโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1)โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 27,638.11 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินอัตราร้อยละ 8 ต่อปี ของต้นเงิน 24,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว เห็นว่า มูลคดีมิได้เกิดในเขตศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าศาลชั้นต้น (ศาลแขวงพระโขนง) มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและเอกสารท้ายคำฟ้องประกอบคำแถลงของโจทก์ได้ความว่า ในการขอกู้เงินโ