ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12466/2547

ประเด็นกฎหมาย

ค่าตอบแทนที่ผู้รับจ้างเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้รับจากผู้ว่าจ้างในต่างประเทศ ซึ่งผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร

หลักกฎหมาย

ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 10 งานที่ทำขึ้นโดยการว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ ผู้รับจ้างไม่มีลิขสิทธิ์ เว้นแต่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่น ดังนั้น ค่าตอบแทนที่ผู้รับจ้างได้รับจึงไม่ใช่ค่าแห่งลิขสิทธิ์ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 40 (3) และเมื่อการให้บริการกระทำในราชอาณาจักรและใช้บริการในต่างประเทศ ต

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรพิพากษายืนตามศาลภาษีอากรกลางที่เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ โดยวินิจฉัยว่ายอดขายหรือรายรับดังกล่าวไม่ใช่ค่าแห่งลิขสิทธิ์ และต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นบริษัทรับจ้างเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทำสัญญากับบริษัทต่างประเทศในญี่ปุ่น โดยลูกค้ากำหนดรูปแบบและรายละเอียดทั้งหมด โจทก์ผลิตในประเทศไทย ส่งมอบโปรแกรมให้ลูกค้าในต่างประเทศ และลูกค้าได้ลิขสิทธิ์ในโปรแกรม โจทก์เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 แต่เจ้าพนักงานประเมินเห็นว่าเป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์ต้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12466/2547บริษัทฮีโน่คอมพิวเตอร์ซิสเท็มส์ (ประเทศไทย) จำกัดโจทก์กรมสรรพากรจำเลย พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม. 8, ม. 10, ม. 17 ป.รัษฎากร ม. 40 (3), ม. 80/1 (2) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 15) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2534 แม้งานเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่โจทก์ทำให้แก่บริษัท ฮ. จะเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ซึ่งโจทก์ในฐานะผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าวและอาจโอนลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นได้ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 8 และมาตรา 17 แต่มาตรา 10 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวก็บัญญัติว่า ในกรณีที่งานซึ่งมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายได้ถูกทำขึ้นโดยการว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น ผู้รับจ้างซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์งานนั้นหามีลิขสิทธิ์ในงานนั้นไม่ เว้นแต่จะมีข้อตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ดังนั้น เงินค่าตอบแทนที่โจทก์ได้รับจากการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จึงไม่ใช่ค่าแห่งลิขสิทธิ์ตามมาตรา 40 (3) แห่ง ป.รัษฎากร เมื่อสัญญาระหว่างโจทก์กับบริษัทฮ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายของต่างประเทศ มีสำนักงานอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นได้ทำเป็นหนังสือ โปรแกรมที่ผลิตตามสัญญาโจทก์ทำการผลิตในประเทศไทย โดยบริษัท ฮ. เป็นผู้กำหนดรูปแบบและรายละเอียดต่าง ๆ และโจทก์ส่งมอบโปรแกรมที่ผลิตให้แก่บริษัท ฮ. แล้ว ทั้งไม่ปรากฏว่าได้มีการนำโปรแกรมดังกล่าวมาใช้ในประเทศไทย กรณีจึงต้องด้วยบทบัญญัติตาม ป.รัษฎากร มาตรา 80/1 (2) และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 15) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2534 แล้ว จึงต้องใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับยอดขายหรือรายรับของโจทก์ที่ได้รับตามสัญญาดังกล่าวโจทก์ฟ้องขอให