ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3424/2551

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3424/2551นางสาวกรองกาญจน์หรือกนกวรรณ ส่งเสริมอุดมชัยโจทก์นางเรไรหรือปรียาภา อ่วมทองจำเลย ป.รัษฎากร ม. 113, ม. 114, ม. 118ป.รัษฎากร มาตรา 118 หมายความว่า ตราสารชนิดที่ต้องปิดอากรแสตมป์หากยังมิได้ปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนและทำการขีดฆ่าไม่สามารถนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ แต่หากนำตราสารนั้นไปปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนตามอัตราในบัญชีอัตราอากรแสตมป์และขีดฆ่าแล้วก็สามารถนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ แม้การปิดอากรแสตมป์จะกระทำเมื่อพ้นเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ปิดก็เป็นเรื่องการเสียเงินเพิ่มอากรซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจะจัดการเรียกเก็บในโอกาสต่อไป ไม่มีผลต่อการใช้ตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่ง จำเลยกู้เงินโจทก์ 50,000 บาท โดยทำสัญญากู้เงินเป็นหนังสือ แม้มิได้ปิดอากรแสตมป์ภายใน 90 วัน นับแต่วันต้องปิดตามที่กฎหมายกำหนด แต่เมื่อโจทก์อ้างสัญญากู้เงินเป็นพยานหลักฐานในชั้นสืบพยานปรากฏว่ามีการปิดอากรแสตมป์ 25 บาท ครบถ้วนตามอัตราในบัญชีอัตราอากรแสตมป์และขีดฆ่าแล้ว แม้จะยังมิได้เสียเงินเพิ่มอากร โจทก์ก็ใช้สัญญากู้เงินเป็นพยานหลักฐานได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2539 จำเลยกู้เงินโจทก์ 50,000 บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยทุกเดือน และนำโฉนดที่ดินเลขที่ 2769 มาวางเป็นหลักประกัน แต่จำเลยผิดนัดชำระดอกเบี้ยตั้งแต่งวดแรก โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 104,451 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 50,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า สัญญากู้เงินที่โจทก์นำมาฟ้องไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร ไม่อาจใช้เป็นพ