ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแจ้งสิทธิแก่ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 7/1 และ 134/4 และการรับฟังคำรับสารภาพในชั้นจับกุมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 84 วร
หลักกฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง: กฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. มาตรา 7/1 และ 134/4 ยังไม่มีผลใช้บังคับในขณะจับกุมและสอบสวนจำเลยที่ 2 และไม่มีบทบัญญัติให้นำมาใช้บังคับแก่คดีที่ดำเนินการเสร็จสิ้นก่อนวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ ดังนั้นการไม่แจ้งสิทธิจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว เช่นเดียวกับ ป.วิ.อ. มาตรา 84 วรรคสุดท
ฎีกาทุกข้อของจำเลยที่ 2 ล้วนฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
จำเลยที่ 2 ถูกจับกุมและสอบสวนก่อนที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2547 มีผลใช้บังคับ เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมและพนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งสิทธิให้จำเลยที่ 2 ทราบตามมาตรา 7/1 และมาตรา 134/4 ศาลอุทธรณ์ภาค 6 นำคำรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลยที่ 2 ตามบันทึกการ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4146/2550พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์โจทก์นายสมชายหรือแม็ก แพเล็ก กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 7/1, ม. 134/4 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2547 ในขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 2 และพนักงานสอบสวนได้สอบสวนจำเลยที่ 2 นั้น พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 22)ฯ มาตรา 4 และมาตรา 38 ซึ่งได้บัญญัติเพิ่มเติมมาตรา 7/1 และมาตรา 134/4 ที่บัญญัติให้มีการแจ้งสิทธิดังกล่าวแก่ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหายังมิได้ออกใช้บังคับ ประกอบกับ ป.วิ.อ. ที่แก้ไขใหม่ดังกล่าว ก็ไม่มีบทบัญญัติให้นำมาตรา 7/1 และมาตรา 134/4 มาใช้บังคับแก่คดีที่มีการจับกุมและสอบสวนเสร็จสิ้นไปก่อนวันที่กฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวมีผลใช้บังคับ จึงต้องใช้หลักทั่วไปว่ากฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมและพนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 2 ทราบถึงสิทธิต่างๆ ดังกล่าว จึงชอบด้วยกฎหมายขณะที่มีการจับกุมและสอบสวนโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 1 อายุไม่เกิน 20 ปี แต่รู้ผิดชอบแล้ว จึงไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ 5 ปี ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 5 ปี รวมจำคุกคนละ 10 ปี จำเล