ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 2/2548

ประเด็นกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินระหว่างเอกชนกับหน่วยงานของรัฐ อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

หลักกฎหมาย

เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่ามีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน การพิจารณาว่าผู้ถูกฟ้องคดีต้องจ่ายค่าที่ดินหรือไม่ ต้องพิจารณาปัญหาว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม

คำวินิจฉัย

คดีระหว่าง นางชนิดา สุวรรณเพ็ญ ผู้ฟ้องคดี แขวงการทางนครปฐม ที่ 1 กรมทางหลวง ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 16313 ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีกันแนวเขตทางหลวงรุกล้ำเนื้อที่ 77 ตารางวา โดยไม่มีการเวนคืน ผู้ถูกฟ้องคดีอ้างว่าที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐตั้งแต่ก่อนผู้ฟ้องคดีซื้อ เนื่องจากเจ้าของเดิมอุทิศให้เป็นทางสาธารณประโยชน์โดยปริยาย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 2/2548นางชนิดา สุวรรณเพ็ญผู้ฟ้องคดีแขวงทางการนครปฐม ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ม. 9 ป.ที่ดิน ป.พ.พ. ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๒/๒๕๔๘ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ เรื่อง คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลปกครองกลาง ระหว่าง ศาลจังหวัดนครปฐม การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลปกครองกลางโดยสำนักงานศาลปกครองส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งอำนาจศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี นางชนิดา สุวรรณเพ็ญ ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นฟ้อง แขวงการทางนครปฐม ที่ ๑ กรมทางหลวง ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อศาลปกครองกลางเป็นคดีหมายเลขดำที่ ๑๘๖๔/๒๕๔๖ ความว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๖๓๑๓ ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ๒ ไร่ ๑ งาน ๑๖ ตารางวา เมื่อผู้ฟ้องคดีขอรังวัดสอบเขตที่ดินแปลงดังกล่าวปรากฏว่าที่ดินด้านทิศใต้เนื้อที่ ๘๔ ตารางวา ถูกแบ่งเป็นคลองชลประทานซึ่งเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานแจ้งว่าจะจ่ายค่าเวนคืนที่ดินให้ในภายหลัง ส่วนด้านทิศเหนือมีถนนนครชัยศรี - ห้วยพลู (ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓๓) ตัดผ่าน โดยเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ได้กันแนวเขตทางหลวงรุกล้ำแนวเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดีตลอดแนวเป็นเนื้อที่ ๗๗ ตารา