การวินิจฉัยชี้ขาดเขตอำนาจศาลระหว่างศาลทหารและศาลยุติธรรมในคดีที่จำเลยเป็นทหารกองประจำการถูกฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์ โดยผู้เสียหายถูกฟ้องใน
การกระทำผิดด้วยกันตามมาตรา 14(1) แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 ไม่จำเป็นต้องมีเจตนาร่วมกัน หากการกระทำของแต่ละฝ่ายมีความสัมพันธ์กันจนถือว่าต่างได้กระทำผิดด้วยกันทั้งคู่ คดีนั้นไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ส่วนข้อหาที่แยกต่างหากและไม่เกี่ยวพันกับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน อยู่ในอำนาจศาลทหาร
คดีระหว่าง อัยการศาลจังหวัดทหารบกราชบุรี โจทก์ พลทหาร อัธยา อธิรัตน์ปัญญา จำเลย อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหาร เว้นแต่ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
จำเลยเป็นทหารกองประจำการถูกฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์ ผู้เสียหายถูกฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกายจำเลยในอีกคดีหนึ่งและศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 3/2548อัยการศาลจังหวัดทหารบกราชบุรีโจทก์พลทหารอัธยา อธิรัตน์ปัญญาจำเลย พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 ป.อ. ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๓/๒๕๔๘ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ ศาลจังหวัดทหารบกราชบุรี ระหว่าง ศาลจังหวัดราชบุรี การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลจังหวัดทหารบกราชบุรีโดยสำนักตุลาการทหารส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งอำนาจของศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและรับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี อัยการศาลจังหวัดทหารบกราชบุรี โจทก์ ยื่นฟ้องพลทหาร อัธยา อธิรัตน์ปัญญา จำเลย ต่อศาลจังหวัดทหารบกราชบุรีเป็นคดีหมายเลขดำที่ ๖๒/๒๕๔๕ ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย และลักทรัพย์ในเวลากลางคืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ มาตรา ๓๓๕ (๑) และมาตรา ๙๑ ความว่า เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๔๕ จำเลยได้ใช้กำลังทำร้ายร่างกายนายเฉลิมชัย เฮงประเสริฐ จนเป็นเหตุให้นายเฉลิมชัย ได้รับอันตรายแก่กาย และภายหลังจากที่จำเลยกระทำการดังกล่าวได้ลักเอาสร้อยคอและจี้ทองคำของนายเฉลิมชัยไปโดยทุจริต ในระหว่างพิจารณา ศาลจังหวัดทหารบกราชบุรีสืบพยานโจทก์และจำเลยได้ความว่า ภายหลังเกิดเหตุ พลทหาร อัธยา จำเลย ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านโป่งเ