ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 11/2548

ประเด็นกฎหมาย

คดีละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐที่ฟ้องก่อนศาลปกครองเปิดทำการ อยู่ในอำนาจศาลใด

หลักกฎหมาย

คดีพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครองกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวกับการกระทำละเมิดอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ มีลักษณะเป็นคดีปกครองตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 276 และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แต่เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องก่อนศาลปกครองเปิดทำการ ศาลยุติธรรมย่อมมีอำนาจรับ

คำวินิจฉัย

คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลจังหวัดพะเยาเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2543 ให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ โดยจำเลยทั้งสองเป็นข้าราชการในสังกัดโจทก์ ขณะที่ศาลปกครองเปิดทำการเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2544 ยังไม่มีศาลปกครองที่มีเขตอำนาจเหนือคดีนี้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 11/2548สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขโจทก์นายแพทย์สมนึก ชีวาเกียรติยิ่งยง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนจำเลย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑๑/๒๕๔๘ วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๘ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ศาลจังหวัดพะเยา ระหว่าง ศาลปกครองเชียงใหม่ การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลจังหวัดพะเยาส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องคดีโต้แย้งอำนาจของศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและรับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๓ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โจทก์ ยื่นฟ้องนายแพทย์สมนึก ชีวาเกียรติยิ่งยง ที่ ๑ นายนพดล หงษ์หิน ที่ ๒ จำเลย ต่อศาลจังหวัดพะเยาเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๘๐๗/๒๕๔๓ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ อันเนื่องมาจากจำเลยที่ ๑ ซึ่งขณะเกิดเหตุรับราชการในตำแหน่งนายแพทย์ ๗ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ใจ อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา และจำเลยที่ ๒ ซึ่งขณะเกิดเหตุรับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการระดับ ๕ ประจำโรงพยาบาลแม่ใจ ได้ร่วมกันจัดจ้างลูกจ้างชั่วคราวให้เข้าช่วยเจ้า