คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่เกิดจากการกระทำของหน่วยงานทางปกครอง อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง
คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งต้องพิจารณากรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองก่อนเป็นประเด็นหลัก อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม แม้จะมีการอ้างว่าการกระทำละเมิดเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานทางปกครองก็ตาม
ให้คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ผู้ฟ้องคดีที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1342 ซึ่งด้านหนึ่งจดแม่น้ำปราจีนบุรี ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมและมีประกาศให้รื้อถอนสิ่งก่อสร้าง รวมทั้งมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีที่ 2 รื้อถอนอาคาร ผู้ฟ้องคดีทั้งสองฟ้องว่าผู้ถูกฟ้องคดีบุกรุกที่ดินกรรมสิทธิ์และเรียกร้องค่า
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 15/2548นางสมถวิล อัมพรอารีกุล ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนผู้ฟ้องคดีเทศบาลเมืองปราจีนบุรีผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ม. 9 ป.ที่ดิน ป.พ.พ. ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑๕/๒๕๔๘ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๘ เรื่อง คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลปกครองระยอง ระหว่าง ศาลจังหวัดปราจีนบุรี การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลปกครองระยองโดยสำนักงานศาลปกครองส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๔๖ นางสมถวิล อัมพรอารีกุล ที่ ๑ นางสมบูรณ์ บัวประเสริฐ ที่ ๒ ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง เทศบาลเมืองปราจีนบุรี ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อศาลปกครองระยอง เป็นคดีหมายเลขดำที่ ๑๘๒/๒๕๔๖ ความว่า ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๓๔๒ ตำบลคลองวัว อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ออกให้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ร.ศ. ๑๒๗ พื้นที่ด้านหนึ่งจดแม่น้ำปราจีนบุรี ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีโดยเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๔๖ ได้มีรถไถเข้ามาไถดินในที่ดินดังกล่าว ทำให้ต้นไม้ใหญ่ และพืชพันธุ์ที่ปลูกไว้เสียหาย ผู้ฟ้องคดีที่ ๒ ซึ่งสร้างบ้านเรือนอาศั