ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 19/2548

ประเด็นกฎหมาย

คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่เกิดจากคำสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง

หลักกฎหมาย

แม้คดีจะสืบเนื่องมาจากคำสั่งทางปกครอง แต่เมื่อการวินิจฉัยต้องพิจารณาถึงสิทธิในที่ดินเป็นประเด็นหลัก คดีจึงเกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินของบุคคล ซึ่งศาลปกครองไม่มีอำนาจตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม

คำวินิจฉัย

คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ถือสิทธิครอบครองที่ดินตาม น.ส. 3 ก. ต่อมากรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอน น.ส. 3 ก. ดังกล่าว เนื่องจากที่ดินอยู่ในเขตป่าไม้ถาวรและการออก น.ส. 3 ก. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์และถูกยกอุทธรณ์ จึงฟ้องต่อศาลปกครองขอให้เพิกถอนคำสั่งเพิกถอนและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ และขอให้ตนมีสิทธิครอบครองที่ด

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 19/2548นายสุทิน ศิวิลัย ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนผู้ฟ้องคดีอธิบดีกรมที่ดิน ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ม. 9 ป.ที่ดิน ป.พ.พ. ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑๙/๒๕๔๘ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๘ เรื่อง คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลปกครองกลาง ระหว่าง ศาลจังหวัดเพชรบุรี การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลปกครองกลางโดยสำนักงานศาลปกครองส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องคดีโต้แย้งเขตอำนาจของศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและรับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๗ นายสุทิน ศิวิลัย ที่ ๑ นางสาวนันทนา อุดมคมวิรัตน์ ที่ ๒ ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องอธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๑ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อศาลปกครองกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ ๕๓๕/๒๕๔๗ ความว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสองเป็นผู้ถือสิทธิครอบครองที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๒๑๘๔ ตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาจากผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองมาโดยตลอด แต่เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ กรมที่ดินได้มีหนังสือแจ้งว่า กรมที่ดินได้มีคำสั่งที่ ๒๔๘๐/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เล